สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ ๑
สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 1 เป็นราชการบริหารส่วนกลางสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่กำกับดูแล การบริหารงานประชาสัมพันธ์ตามนโยบายของรัฐในพื้นที่ 11 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บึงกาฬ มหาสารคาม เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู และ อุดรธานี
ปีพุทธศักราช 2503 รัฐบาลสมัย *พณฯ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงความจำเป็นและความสำคัญในด้านการสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ จึงได้อนุมัติให้กรมประชาสัมพันธ์ขยายงานบริการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ออกสู่ภูมิภาคพร้อมให้จัดตั้ง "สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต" ขึ้นตามภาคต่าง ๆ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือและภาคใต้) เพื่อทำหน้าที่ควบคุมบริหารงานวิทยุและโทรทัศน์ รวมทั้งเป็นตัวแทนกรมประชาสัมพันธ์และปฏิบัติการทางจิตวิทยาเพื่อความมั่นคงของชาติในแต่ละภาค ดังนั้น "สำนักงานประชาสัมพันธ์เขตขอนแก่น" จึงก่อตั้งขึ้น โดย พลเอก สุรจิต จารุเศรนี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้วางศิลาฤกษ์อาคารที่ทำการ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503 ณ สำนักงานประชาสัมพันธ์เขตขอนแก่น ถนนนิกรสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
ต่อมาปี พ.ศ. 2505 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "กองประชาสัมพันธ์เขตขอนแก่น" ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2505
ปี พ.ศ.2518 เปลี่ยนชื่อเป็น "ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 1" ตามพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการ (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2518 รับผิดชอบการบริหารงานประชาสัมพันธ์ ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด จำนวน 17 จังหวัด
ปี พ.ศ. 2529 เปลี่ยนแปลงพื้นที่ความรับผิดชอบของ ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 1 ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วน
ราชการกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2529 โดยมีเขตความรับผิดชอบ 10 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ จังหวัดขอนแก่น
อุดรธานี หนองคาย นครพนม เลย สกสนคร กาพสินธุ์ มหาสารคาม มุกดาหาร และร้อยเอ็ด
ปี พ.ศ. 2536 กรมประชาสัมพันธ์ได้มีคำสั่งที่ 692/2536 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2536 แบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบ
ของศูนย์ประชาสัมพันธ์เขตต่าง ๆ ใหม่ เพื่อรองรับการจัดตั้งจังหวัดใหม่ และหน่วยงานของกรมประชาสัมพันธ์ ที่ตั้งเพิ่มขึ้น
ซึ่งศูนย์ประชาสัมพันธ์ เขต 1 มีจังหวัดอยู่ในความรับผิดชอบใหม่ รวม 10 จังหวัด คือ จังหวัตขอนแก่น อุตรธานี หนองคาย
มหาสารคาม สกลนคร กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา เลย และหนองบัวลำภู
และในปี พ.ศ. 2540 ได้มีการเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น "สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 " ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วน
ราชการกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2540 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2540 และใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน
การปฏิรูปราชการในปี 2545 กรมประชาสัมพันธ์ ยังคงเป็นหน่วยงานระดับกรม ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี
ตามกฎกระทรวงการแบ่งส่วนราชการ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2545 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2545
กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศโดยมีชื่อในระยะเริ่มแรกว่า "กองโฆษณาการ” และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ” เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนาผลงานมาเป็นลำดับโดยมีการปรับปรุงและขยายความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะตามความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการสภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม ตลอดจนนโยบายของรัฐบาลในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น "กรมโฆษณาการ” เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมประชาสัมพันธ์” เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495
แต่เดิมอาคารสำนักงานของสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ตั้งอยู่บริเวณถนนนิกรสำราญ ริมบึงแก่นนคร ปีพ.ศ. 2540 ได้ย้ายอาคารที่ทำการมาอยู่ ณ อาคารหลังใหม่บริเวณมอดินแดง ถนนมิตรภาพ ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น อันเนื่องมาจากอาคารเดิมมีสภาพที่เก่าแก่ และได้รับการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการจัดสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ขึ้น จนถึงปีพ.ศ. 2552 เกิดสถานการณ์เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างเสื้อแดงกับเสื้อเหลืองในพื้นที่ ทำให้ผู้ชุมนุมมีการบุกรุกพื้นที่อาคารที่ทำการของสำนักประชาสัมพันธ์เขต1 โดยมีการจุดไฟเผาไม่ทำให้เกิดความเสียหายบางส่วน จึงได้อพยพไป ณ ที่ทำการอาคารสำนักงานหลังใหม่(ที่ได้รับงบประมาณก่อสร้างใหม่เป็นการชั่วคราว) ในบริเวณอาคารดั้งเดิมของสำนักประชาสัมพันธ์เขต1 ริมบึงแก่นนครอีกครั้ง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2563 ผู้บริหารสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 1 ในขณะนั้นได้พิจารณามีความเห็นว่า สมควรที่จะมีการย้ายอาคารที่ทำการอีกครั้งเพื่อให้เกิดความเหมาะสมด้วยเหตุผลสำคัญ3 ประการคือ เพื่อย้ายที่ทำการมาปฏิบัติราชการ ณ อาคารสำนักประชาสัมพันธ์เขต1 หลังเดิม บริเวณมอดินแดง ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมกับที่ทำการของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการปฏิบัติงานร่วมกัน ให้มีความเป็นเอกภาพและใช้ทรัพยากรร่วมกันเป็นการประหยัดงบประมาณของรัฐบาล เหตุผลที่2 อาคารที่ทำการในปัจจุบันมีความสง่างาม อยู่ในทำเลที่มีความเหมาะสม ทั้งเป็นสถานที่ทำงานและบ้านพักของข้าราชการอยู่ในบริเวณเดียวกัน ตลอดจนมีอาคารบริวารรายรอบอีกหลายหลัง มีอาณาบริเวณกว้างขวางกว่า 19 ไร่ สะดวกในการบริหารจัดการองค์กร ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึง มีความสง่างาม เป็นภาพลักษณ์ที่ดีแก่ผู้ที่พบเห็น และเหตุผลที่3 เพื่อยกอาคารที่ทำการของสำนักประชาสัมพันธ์เขต1 ริมบึงแก่นนครให้เป็นสถานที่ปฏิบัติราชการของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดขอนแก่น ซึ่งที่ทำการเดิมก่อตั้งมาเป็นระยะเวลากว่า 60 ปีอยู่ในสภาพที่ชำรุดทรุดโทรม คับแคบ มีน้ำท่วมขังในฤดูฝนเป็นประจำทุกปี ประกอบกับเป็นการประหยัดงบประมาณของทางราชการอีกทางหนึ่ง
สำนักประชาสัมพันธ์เขต1 จึงมีสถานที่ปฏิบัติราชการอย่างเป็นทางการในบริเวณอาคารหลังปัจจุบันนับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรื่องการแบ่งโครงสร้างภายในของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์สำนักนายกรัฐมนตรีพ.ศ. 2568 ลงวันที่.....กุมภาพันธ์ 2568 กำหนดให้ใช้ชื่อใหม่เป็น “สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่1 ขอนแก่น” มีจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบรวม 12 จังหวัดประกอบด้วย จังหวัดขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย มหาสารคาม สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ เลย หนองบัวลำภูและจังหวัดบึงกาฬ มีส่วนราชการที่อยู่ในกำกับประกอบด้วยสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่อง 11 ซึ่งรับผิดชอบ 20 จังหวัดภาคอีสานและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจำนวน 13 สถานี

ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปรากฎในราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ 7 เล่มที่ 64 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2490 กำหนดเครื่องหมายราชการ "กรมโฆษณาการ” ให้เป็นรูปพระอินทร์เป่าสังข์เหาะลอยอยู่เหนือเมฆ มีวงกลมล้อมรอบตามวรรณคดีกล่าวไว้ว่า พระอินทร์เป่าสังข์ปลุกพระนารายณ์ให้ตื่นจากบรรทมสินธุ์ในสะดือทะเล เพื่อขึ้นมาปราบเหตุร้ายต่าง ๆ ในโลก อย่างไรก็ดี โดยที่สังข์ ตามลัทธิพราหมณ์ถือว่าเป็นมงคล 3 คือ สังข์ ถือกำเนิดจากพระพรหม ท้องสังข์เคยเป็นที่ซ่อนคัมภีร์พระเวทและตัวสังข์ มีรอยนิ้วพระหัตถ์ ของพระนารายณ์ ในพิธีทางศาสนา พราหมณ์ จึงมีการเป่าสังข์เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย นอกจากนี้ พระในลัทธิชินโตก็ใช้สังข์เป่าในพิธีมงคลพวกชาวเกาะทะเลใต้ เป่าสังข์ บอกสัญญาณระหว่างกันปรากฏว่าได้ยินไปไกลไม่แพ้เป่าเขาควาย เนื่องจากงานประชาสัมพันธ์เป็นการโฆษณาเผยแพร่และอธิบายชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจอย่างกว้างขวางเป็นการสร้างความเข้าใจอันดี โดยมีวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และภาพยนตร์เป็นเครื่องช่วย จึงเปรียบได้กับการเป่าสังข์ของเทวดาในสมัยโบราณเพื่อบอก สัญญาณ และเรียกประชุม นั่นเอง
ใช้สีม่วง ซึ่งถือกันว่าเป็นสีของงานสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์
Link banner
Copy code นี้ไปลงในเว็บไซต์ของท่าน
| <a href="http://www.prd.go.th" target="_blank"><img src="http://region1.prd.go.th/prd_banner01.jpg" border="0" alt="กรมประชาสัมพันธ์" |