ชักใบเรือล่องนาวาสู่เบื้องหน้า ถึงเวลาตีกลองพิชิตเพื่อชิงชัย : บทความพิเศษจาก ฯพณฯ หลิว หงเหมย กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น เนื่องในโอกาสการปิดสมัยการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ณ กรุงปักกิ่ง
เหตุการณ์ซึ่งจับจ้องความสนใจของประชาชนภายในประเทศจีนและประชาชนทั่วโลก คือการปิดสมัยการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ที่ประชุมได้อภิปรายและรับรอง "มติของคณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่าด้วยการปฏิรูปรอบด้านอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นและเดินหน้าการสร้างความทันสมัยแบบจีน" ซึ่งทำให้คำถามมากมายที่ผู้ให้ความสนใจสงสัยได้รับคำตอบอย่างชัดเจน ประเทศจีนจะปฏิรูปโดยเน้นการสร้างความทันสมัยแบบจีนในการปฏิรูปรอบด้านให้พัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นเป็นหลัก คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาระบบสังคมนิยมอัตลักษณ์จีน ผลักดันระบบธรรมาภิบาลแห่งชาติและความสามารถในการปกครองให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ยึดเป้าหมายเพื่อการบรรลุเงื่อนไขพื้นฐานของสังคมนิยมทันสมัยใหม่ภายในปี พ.ศ.2578 โดยใช้มาตรการต่าง ๆ อาทิ การปรับปรุงระบบการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติและกลไกการประสานงานนโยบาย การปฏิรูปการลงทุนและระบบการจัดการทั้งการลงทุนจากต่างประเทศและการลงทุนนอกประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพกลไกการจัดหาบริการด้านวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม พัฒนาประชากรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีและระบบบริการประชาชนที่ก้าวหน้า ขยายการเปิดกว้างของระบบสถาบันอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงกลไกความมั่นคงแห่งชาติซึ่งเกี่ยวข้องกับการต่างประเทศ เหล่านี้เองคือมาตรการการปฏิรูปต่าง ๆ ซึ่งจะเพิ่มแรงผลักดันและความมีชีวิตชีวาให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศจีน และยังทำให้ประชาชนจีนได้รับความคาดหวังที่ประสบผลสำเร็จ ความสุข และความปลอดภัยซึ่งสมบูรณ์ มั่นคง และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น นี่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังประชาคมภายในและภายนอกประเทศว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะชูธงแห่งการปฏิรูปและเปิดประเทศอย่างแน่วแน่ต่อไป
มองทั่วโลก ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบศตวรรษกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปฏิวัติทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว การปรับสมดุลของพลังระหว่างประเทศเกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง และความวุ่นวายและการเปลี่ยนแปลงของโลกแสดงให้เห็นถึงลักษณะใหม่ ๆ สังคมมนุษย์กำลังยืนอยู่ที่จุดตัดของประวัติศาสตร์อีกครั้ง มองในระยะกลางและระยะยาว การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงและเข้าสู่เส้นทางการเติบโตระดับกลางและต่ำ ซึ่งในระยะสั้นยากที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก การเผชิญกับสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อน เผชิญกับความขัดแย้งและความท้าทายบนเส้นทางในภายภาคหน้า พรรคคอมมิวนิสต์จีนยึดมั่นในการปฏิรูปอย่างลึกซึ้งและขยายการเปิดกว้างในระดับสูง เพื่อเสริมสร้างพลังบวกให้กับการพัฒนาทั่วโลก การสร้างชะตากรรมร่วมกันของมนุษยชาติได้ขยายจากการริเริ่มของจีนกลายเป็นฉันทามติระหว่างประเทศ จากวิสัยทัศน์ที่สวยงามสู่การปฏิบัติที่หลากหลาย จากความร่วมมือทวิภาคีสู่พหุภาคี จากระดับภูมิภาคสู่ระดับโลก จากการพัฒนาสู่ความมั่นคง จากความร่วมมือสู่การบริหารจัดการ ได้กลายเป็นธงนำทางในยุคสมัย ซึ่งช่วยขับเคลื่อนโลกไปสู่อนาคตที่สว่างไสวของสันติภาพ ความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง และความก้าวหน้า ประตูเปิดของจีนจะไม่ปิด แต่จะเปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
มองประเทศจีน ชัยชนะอย่างเต็มที่ของการต่อสู้กับความยากจนและการสร้างสังคมที่มั่งคั่งอย่างทั่วถึงในจีน ได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนทั่วประเทศ แผนภาพอันยิ่งใหญ่ในการสร้างประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยในทุกด้าน ได้ปลุกกระตุ้นจิตใจของชาวจีนให้ต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนอยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา จีนได้มีส่วนร่วมต่อเศรษฐกิจโลกถึงหนึ่งในสาม กลายเป็นเครื่องยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ในปีพ.ศ. 2566 มูลค่าการค้าสินค้าระหว่างจีนและประเทศที่เข้าร่วมในการสร้าง “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ถึง 19.5 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 2.8% คิดเป็นสัดส่วน 46.6% ของมูลค่าการนำเข้าและส่งออกทั้งหมด ซึ่งทั้งขนาดและสัดส่วนต่างก็เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่การริเริ่ม "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" จีนได้รวมพลังกับทุกฝ่ายในการผลักดันการสร้างชะตากรรมร่วมกันของมนุษยชาติให้ลึกซึ้งและเป็นจริง การสร้าง “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ที่มีคุณภาพสูงได้ดึงดูดกว่า 150 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศกว่า 30 แห่งเข้าร่วมอย่างกระตือรือร้น การริเริ่มพัฒนาทั่วโลก การริเริ่มความมั่นคงทั่วโลก และการริเริ่มอารยธรรมทั่วโลกได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากประชาคมระหว่างประเทศ
มองประเทศจีนและประเทศไทย จีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดีที่เชื่อมโยงกันด้วยภูเขาและแม่น้ำ เป็นญาติที่ดีที่เชื่อมต่อกันทางสายเลือด และเป็นหุ้นส่วนที่ดีสำหรับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ไม่เพียงแต่เป็นคำอธิบายที่ขยายความหมายของความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างทั้งสองประเทศอีกด้วย จีนเป็นแหล่งการลงทุนหลักของไทย ในปีพ.ศ. 2566 การลงทุนของจีนในประเทศไทยมีมูลค่าเกินกว่า 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยล่ะ 25 ของการลงทุนจากต่างชาติทั้งหมดในไทย การลงทุนของจีนได้นำมาซึ่งการผลิตขั้นสูง เพิ่มการจ้างงาน เพิ่มรายได้จากภาษีและเพิ่มการส่งออกในประเทศไทย มีการปลูกฝังผู้มีความสามารถที่มีทักษะจำนวนมาก ดำเนินงานด้านการกุศลด้วยความสมัครใจ เพื่อมีส่วนในการพัฒนาประเทศไทย และยกระดับชีวิตสร้างความผาสุกให้แก่คนไทย นอกจากนี้ จีนยังเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขนาดใหญ่ที่สุดของไทยอีกด้วย นับตั้งแต่ต้นปี มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาเยือนประเทศไทยกว่า 3.7 ล้านคน โดยเฉพาะในเดือนมีนาคม จีนและไทยเข้าสู่ “ยุคฟรีวีซ่า” ไทยคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนราว 8 ล้านคน เดินทางมาท่องเที่ยวในไทย และจะสร้างรายได้ราว 3.2 แสนล้านบาท จีนและไทยมีรากฐานทางประวัติศาสตร์และการปฏิบัติที่ลึกซึ้ง เมื่อมองไปในอนาคต การสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-ไทยจะต้องเผชิญกับโอกาสที่กว้างขึ้น
เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีนับตั้งแต่ดิฉันเข้ารับตำแหน่งกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น ดิฉันมักจะสัมผัสได้ถึงเจตจำนงอันแข็งแกร่งของผู้คนจากทุกสาขาอาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยที่จะร่วมกันพัฒนาความร่วมมือฉันมิตรระหว่างจีน-ไทย ในปีหน้าจะเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย ดังนั้น ความสัมพันธ์จีน-ไทยจึงยืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้นใหม่ทางประวัติศาสตร์ และความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ระหว่างทั้งสองฝ่ายจะนำมาซึ่งโอกาสและการพัฒนาที่มากขึ้น สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐจีน ณ จังหวัดขอนแก่น ยินดีทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศจีนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยต่อไป กระชับความร่วมมือเชิงปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ระหว่างทั้งสองประเทศและระดับท้องถิ่นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทำงานร่วมกับทุกสาขาอาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเพื่อส่งเสริมการดำเนินการตามแนวคิดการพัฒนาการเชื่อมต่อจีน-ลาว-ไทย และร่วมกันสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-ไทย เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน
奋楫扬帆向前进 击鼓催征正当时
——中华人民共和国驻孔敬总领事刘红梅署名文章
在举国关注和世界瞩目中,中国共产党第二十届中央委员会第三次全体会议在北京胜利闭幕。全会审议通过《中共中央关于进一步全面深化改革、推进中国式现代化的决定》,让人们关心的许多问题有了明确答案,中国将围绕中国式现代化进一步全面深化改革。以习近平主席为核心的党中央完善和发展中国特色社会主义制度、推进国家治理体系和治理能力现代化,锚定二〇三五年基本实现社会主义现代化目标,从完善国家战略规划体系和政策统筹协调机制,到深化外商投资和对外投资管理体制改革,从优化文化服务和文化产品供给机制,到健全人口发展支持和服务体系,从稳步扩大制度型开放,到完善涉外国家安全机制,一系列改革举措将为中国经济社会发展增添动力、活力,也让中国人民的获得感、幸福感、安全感更加充实、更有保障、更可持续,向国内国际释放了中国共产党坚定不移高举改革开放旗帜的强烈信号。
瞰全球。当前,世界百年未有之大变局加速演进,新一轮科技革命和产业变革迅猛发展,国际力量对比深刻调整,世界动荡变革呈现新的特点,人类社会又一次站在历史的十字路口。从中长期看,全球经济增速下行并步入中低速增长轨道,短期内难以有较大改变。面对纷繁复杂的国际形势,面对前进道路上的矛盾和挑战,中国共产党坚定不移深化改革、扩大高水平开放,为全球发展注入正能量。构建人类命运共同体已经从中国倡议扩大为国际共识,从美好愿景转化为丰富实践,从双边到多边、从区域到全球、从发展到安全、从合作到治理,日益成为引领时代前进的光辉旗帜,有力推动世界走向和平、安全、繁荣、进步的光明前景。中国开放的大门不会关闭,只会越开越大。
看中国。中国脱贫攻坚战的全面胜利和小康社会的全面建成,极大地鼓舞了全国人民的士气。全面建成社会主义现代化强国的宏伟蓝图,激发了中国人民以奋斗赢得美好生活的斗志。中国经济增速居世界主要经济体前列,近10多年来对世界经济贡献达三分之一,成为全球经济增长的最大引擎。2023年,中国与“一带一路”共建国家货物贸易额达到19.5万亿元,增长2.8%,占进出口总额的比重达到46.6%,规模和占比均为“一带一路”倡议提出以来的最高水平。中国团结各方推动构建人类命运共同体走深走实,高质量共建“一带一路”已吸引150多个国家和30多个国际组织积极参与,全球发展倡议、全球安全倡议、全球文明倡议获得国际社会热烈响应。
观中泰。中泰是山水相连的好邻居,血脉相融的好亲戚,互利合作的好伙伴。“中泰一家亲”不仅是两国友好关系的形容词,更是两国血脉相融的客观表述。中国是泰国最主要的外资来源国,2023年中国对泰投资超过46亿美元,占泰国吸收外资总量的25%。中资带来先进生产力,增加泰国就业、税收与出口,培养大量技能人才,热心开展社会公益,为泰国发展作出贡献,为泰国人民增进福祉。中国也是泰国最主要外国游客来源国,今年以来赴泰中国游客已超过370万人,特别是3月中泰迈入“免签时代”,泰方预计全年赴泰中国游客可达800万人,带来消费收入3200亿泰铢。中泰两国有着深厚的历史和现实根基,面向未来,中泰命运共同体建设面临更加广阔的机遇。
在我就任中国驻孔敬总领事近一年的时间里,时常感受到泰东北各界发展中泰友好合作的强烈意愿。明年是中泰建交50周年,中泰关系站在新的历史起点上,双方各领域合作将迎来更大的机遇和发展空间。中国驻孔敬总领馆愿继续做好中国与泰东北交流交往的桥梁和纽带,深化两国和地方各领域务实合作,与泰东北各界一道推进中老泰联通发展构想落地落实,共同构建更加稳定、更加繁荣、更可持续的中泰命运共同体。