“ร่วมกันสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างบทอันรุ่งโรจน์” บทความพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ของนางหลิว หงเหมย กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น

“ร่วมกันสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างบทอันรุ่งโรจน์”
บทความลงนามซึ่งเผยแพร่ในสื่อไทย โดย ฯพณฯ หลิว หงเหมย กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น

         เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ในนามของสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น ดิฉันขอแสดงความยินดีต่อมิตรสหายร่วมชาติภายใต้เขตรับผิดชอบของสถานกงสุลใหญ่จีนฯ ในโอกาสนี้ด้วย และขอแสดงความขอบคุณจากใจจริงต่อมิตรสหายจากทุกสาขาอาชีพที่สนใจต่อการพัฒนาของจีนและสนับสนุนมิตรภาพระหว่างประเทศจีนและประเทศไทย 
     75 ปีที่ผ่านอุปสรรคและขวากหนามมากมาย 75 ปีที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างบากบั่น นับตั้งแต่วันแรกของการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ทุกสิ่งทุกอย่างได้รับการฟื้นฟูจากความทรุดโทรม เมื่อเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการปฏิรูปและเปิดประเทศ ตลอดจนจีนก็ก้าวย่างเข้าสู่การเดินทางอันยิ่งใหญ่แห่งยุคใหม่อีกครั้ง ประเทศจีนภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ได้นำประเทศบรรลุการก้าวกระโดดครั้งใหญ่จากการยืนหยัด มั่งคั่ง จนพัฒนาประเทศให้แข็งแกร่งขึ้นมาได้ ก้าวย่างสู่การเดินทางครั้งใหม่อย่างรอบด้านในการส่งเสริมการสรรค์สร้างประเทศให้เข้มแข็งและฟื้นฟูชาชาติด้วยความทันสมัยแบบจีน
     นับเป็นปีที่ 75 ที่ศักยภาพความแข็งแกร่งของชาติในรอบด้านบรรลุผลสำเร็จแบบก้าวกระโดดครั้งประวัติศาสตร์ ประเทศจีนยืนหยัดในการพึ่งพาตนเอง พัฒนาด้วยความรวดเร็วอย่างที่โลกนี้ไม่มีใครได้พบเจอมาก่อน ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในทางเศรษฐกิจของจีนได้ก้าวข้ามระยะหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การดำเนินนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศ เศรษฐกิจจีนยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปี พ.ศ.2566 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศจีนสูงกว่าปี พ.ศ. 2495 ถึง 223 เท่า โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 7.9% เมื่อคำนวณจากราคาคงที่ ระหว่างปี พ.ศ. 2556 จนถึงปี พ.ศ. 2566 สัดส่วนโดยเฉลี่ยของประเทศจีนที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกเกินกว่า 30% จึงทำให้จีนกลายเป็นกลไกสำคัญและกำลังหลักในการรักษาเสถียรภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก ประเทศจีนในปัจจุบันได้กลายเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในด้านการดำเนินกิจการทางการค้าสินค้า เป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสองในด้านการค้าบริการ เป็นประเทศที่มีผู้บริโภคใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และประเทศที่มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุด นับจาก"การก้าวสู่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" พัฒนาผ่าน “การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นพลังการผลิตหลัก” สู่ “การนำนวัตกรรมเป็นพลังขับเคลื่อนประการแรก” ประเทศจีนค่อยๆ บรรลุการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์จากคู่ขนานสู่การเป็นผู้นำ เติบโตเป็นประเทศแห่งพลังทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลสำคัญในโลก ความสำเร็จที่สำคัญเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในด้านต่าง ๆ อาทิ ในด้านการบินอวกาศ การสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคาร การสำรวจตรวจจับทางทะเล ทางภาคพื้นดิน การวิจัยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ การพัฒนาระบบนำทางด้วยดาวเทียม ข้อมูลควอนตัม เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ และการผลิตเครื่องบินขนาดใหญ่ เป็นต้น ณ ปัจจุบัน “ยานสำรวจฉางเอ๋อ” ได้เหินขึ้นสู่ดวงจันทร์ “ดาวเทียมเป๋ย์โต่ว” ได้ก่อร่างสร้างเครือข่าย “ยานดำน้ำคสบคุมด้วยมนุษย์สตริเวอร์” ไล่ตามฝันสู่การสำรวจใต้มหาสมุทร อุปกรณ์สำคัญแห่งชาติได้รับการ “ประดิษฐ์และพัฒนาขึ้น” อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงจุดแข็งหลักของจีนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเต็มที่
      นับเป็นปีที่ 75 แห่งการพัฒนาความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ประเทศจีนยึดมั่นในแนวคิดการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และถือว่าการพัฒนาความเป็นอยู่และวิถีชีวิตที่ดีของประชาชนเป็นจุดเริ่มต้นและเป้าหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจมาโดยตลอด ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวเพิ่มขึ้นจาก 119 หยวนในช่วงเริ่มต้นของการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นมากกว่า 89,000 หยวนในปีที่แล้ว ประเทศจีนได้ดำเนินการขจัดความยากจนขั้นรุนแรงครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการสร้างสังคมมีกินมีใช้แบบรอบด้าน สร้างระบบการศึกษา ระบบประกันสังคม และระบบการแพทย์และการดูแลสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก ให้ประชาชนมีความรู้สึกได้รับมากยิ่งขึ้น ให้มีความรู้สึกมีความสุขที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น และให้มีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นับตั้งแต่การประชุมสมัชชาแห่งชาติครั้งที่ 18 ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน คณะกรรมการกลางพรรคซึ่งมีสหายสี จิ้นผิง เป็นแกนกลางสำคัญ ได้ให้ความสำคัญกับการขจัดปัญหาความยากจนโดยวางไว้เป็นหลักสำคัญในการปกครองและบริหารประเทศ ยึดมั่นในการบรรเทาความยากจนอย่างเจาะจง และดำเนินการอย่างเต็มกำลัง จนได้รับชัยชนะในการต่อสู้กับความยากจนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษย์ กล่าวคือ ในปลายปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ประชากรผู้ยากไร้ในเขตชนบทเกือบ 100 ล้านคนได้หลุดพ้นออกจากความยากจน บรรลุภารกิจที่ตรากตรำดำเนินการในการขจัดความยากจนขั้นรุนแรงโดยสิ้นเชิง โดยคิดเป็นมากกว่า 70% ของประชากรทั่วโลกที่อยู่ในภาวการขจัดความยากจน การดำเนินมาตรการการขจัดความยากจนของจีนมีส่วนสำคัญในการขจัดความยากจนทั่วโลก นอกจากนี้ จีนยังได้ส่งเสริมการสร้างอารยธรรมทางนิเวศน์ด้วยความพยายามอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จำนวนวันที่มีมลพิษหนักลดลงเป็นอย่างมาก คุณภาพสิ่งแวดล้อมทางน้ำได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงด้านสภาวะแวดล้อมของดินได้รับการจัดการและควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศจีนเติมเต็มไปด้วยความสวยงามของภูเขาอันเขียวขจี แม่น้ำใส ท้องฟ้าสีคราม และผืนแผ่นดินที่บริสุทธิ์
      นับเป็นปีที่ 75 แห่งการเพิ่มอิทธิพลระหว่างประเทศ จีนดำเนินนโยบายต่างประเทศในการพึ่งพาตนเองและอย่างสันติภาพมาโดยตลอด ยึดมั่นในการปกป้องบรรทัดฐานพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยึดมั่นในความยุติธรรมระหว่างประเทศ  ตลอดจนเป็นผู้ปกป้อง ผู้สร้าง และผู้มีส่วนร่วมในระเบียบระหว่างประเทศเสมอมา ซึ่งในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา การทูตที่มีลักษณะเฉพาะของจีนยุคใหม่ได้บรรลุความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์  อิทธิพล แรงบันดาลใจ และอำนาจการกำหนดรูปแบบระหว่างประเทศก็ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น จีนสร้างและพัฒนาแนวคิดของ “สี จิ้นผิง เกี่ยวกับการทูต” เพื่อเปิดขอบเขตใหม่ของทฤษฎีและการปฏิบัติทางการฑูตของจีน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เสนอแนวคิดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ  การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ การริเริ่ม "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" การริเริ่มการพัฒนาระดับโลก การริเริ่มความมั่นคงระดับโลก และการริเริ่มอารยธรรมระดับโลก ฯลฯ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนภูมิปัญญาจีนและแนวทางแก้ไขปัญหาของจีน สำหรับการปรับปรุงธรรมาภิบาลโลก ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และแก้ไขปัญหาของมวลมนุษย์  ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 70 ปี การประกาศหลัก 5 ประการแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยแนวคิดในการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติมีต้นกำเนิดเดียวกันกับหลัก 5 ประการแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ถือเป็นการสืบทอด เชิดชู ต่อยอดหลัก 5 ประการแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในยุคใหม่
จีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดีที่เชื่อมโยงกันด้วยภูเขาและแม่น้ำ เป็นญาติที่ดีที่เชื่อมต่อกันทางสายเลือด และเป็นหุ้นส่วนที่ดีสำหรับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน  ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เยือนประเทศไทยครั้งประวัติศาสตร์ ผู้นำของทั้งสองประเทศตั้งเป้าหมายใหม่ร่วมกันในการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับจีนและไทย อันเป็นการเพิ่มเติมเนื้อหาในยุคสมัยใหม่ให้กับคำว่า "จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" และความสัมพันธ์จีน-ไทยเข้าสู่ยุคใหม่ของการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันในปีหน้าจะเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น ยินดีที่จะทำงานร่วมกับทุกสาขาอาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการดำเนินการตามแนวคิดการพัฒนาการเชื่อมต่อจีน-ลาว-ไทย เปลี่ยนข้อได้เปรียบด้านมิตรภาพแบบดั้งเดิมระหว่างทั้งสองประเทศให้เป็นพลังขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาคที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย (win-win) และร่วมกันสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-ไทย เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน  


驻孔敬总领事刘红梅在泰媒体发表署名文章
《同心戮力铸伟业 和衷共济谱华章》

2024年9月30日,驻孔敬总领事刘红梅在泰东北新闻主管机构第一区公共关系局官网、Facebook和泰国国家电视台(NBT)泰东北TV Facebook发表题为《同心戮力铸伟业 和衷共济谱华章》的署名文章,庆贺中华人民共和国75周年华诞。全文如下:
在中华人民共和国成立75周年华诞来临之际,我谨代表驻孔敬总领馆向领区同胞致以节日问候,并向所有关心中国发展、支持中泰友好的各界朋友表示衷心感谢!
75年风雨兼程,75年砥砺前行。从建国初期百废待兴,到改革开放春风化雨,再到新时代伟大征程,新中国在中国共产党的领导下,实现了从站起来、富起来到强起来的伟大飞跃,并踏上以中国式现代化全面推进强国建设、民族复兴的新征程。
这是综合国力实现历史性跃升的75年。中国坚持自力更生,以世所罕见的速度发展,经济总量连续跨越重要关口。改革开放以来,中国经济持续快速增长,2023年国内生产总值比1952年增长223倍,按不变价格计算,年均增长7.9%。2013年至2023年,中国对世界经济增长平均贡献率超过30%,成为世界经济增长的重要引擎和稳定力量。如今的中国,已成为货物贸易第一大国、服务贸易第二大国、商品消费第二大国、外汇储备第一大国。从“向科技进军”到“科学技术是第一生产力”再到“创新是第一动力”,中国逐步实现从追踪跟跑到并跑领跑的历史性转变,成长为世界上具有重要影响力的科技大国。载人航天、探月探火、深海深地探测、超级计算机、卫星导航、量子信息、核电技术、大飞机制造等领域不断取得重大成果,“嫦娥”奔月、“北斗”组网、“奋斗者”号逐梦深蓝,大国重器不断“上新”,充分彰显中国科技硬核实力。
这是民生福祉不断增进的75年。中国坚持以人民为中心的发展理念,始终把增进民生福祉作为经济发展的出发点和落脚点,人均GDP由建国之初119元人民币,升至去年89000多元人民币。中国历史性消除绝对贫困,全面建成小康社会,建成世界上规模最大的教育体系、社会保障体系、医疗卫生体系,人民群众的获得感更足、幸福感更可持续、安全感更有保障。党的十八大以来,以习近平同志为核心的党中央始终把减贫摆在治国理政的突出位置,坚持精准扶贫、尽锐出战,打赢人类历史上规模最大的脱贫攻坚战。2020年底,近1亿农村贫困人口实现脱贫,完成消除绝对贫困的艰巨任务,占全球减贫人口的70%以上,为全球减贫事业作出重大贡献。中国以前所未有的力度推进生态文明建设,重污染天数明显减少,水环境质量显著改善,土壤环境风险得到有效管控,万里山河增添山青、水绿、天蓝、土净的亮丽底色。
这是国际影响力日益彰显的75年。中国始终奉行独立自主的和平外交政策,坚定维护国际关系基本准则,维护国际公平正义,始终做国际秩序的维护者、建设者和贡献者。过去十多年来,新时代中国特色大国外交取得历史性成就,国际影响力、感召力、塑造力进一步提升。中国创立和发展习近平外交思想,开辟中国外交理论和实践新境界。习近平主席先后提出构建人类命运共同体理念、“一带一路”倡议、全球发展倡议、全球安全倡议、全球文明倡议,为完善全球治理、应对世界变局、破解人类难题贡献中国智慧和中国方案。今年是和平共处五项原则发表70周年,构建人类命运共同体理念与和平共处五项原则一脉相承,是新形势下对和平共处五项原则最好的传承、弘扬、升华。
中泰是山水相连的好邻居,血脉相融的好亲戚,互利合作的好伙伴。2022年11月习近平主席对泰国进行历史性访问,两国领导人确定共建中泰命运共同体新目标,赋予“中泰一家亲”新的时代内涵,中泰关系进入共建命运共同体的新时代。明年将迎来中泰建交50周年,中国驻孔敬总领馆愿继续同泰东北各界一道,推进中老泰联通发展构想落地落实,将两国传统友好优势转化为地区合作共赢动力,共同构建更加稳定、更加繁荣、更可持续的中泰命运共同体。


 


image รูปภาพ
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar