คนไทยใช้น้ำมันแพง เพราะค่ากลั่นที่สูงเกินจริง จริงหรือ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าได้มีการสอบถามถึงกรณีมีการระบุว่า ค่าการกลั่นน้ำมันขึ้นมาอยู่ที่ 8 บาทต่อลิตร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงว่า ตอนนี้ค่าการกลั่นยังไม่ถึง 8 บาทตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด โดยระบุว่าการควบคุมค่าการกลั่นนั้น มีกฎหมายควบคุมและคุ้มครองผู้ประกอบการ อาจใช้ลักษณะของการขอความร่วมมือ ทั้งนี้ได้สั่งการให้เร่งหาแนวทางที่ชัดเจนออกมาว่าจะสามารถดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน โดยต้องพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน อย่างไรก็ตาม กลไกราคาน้ำมัน มีความเชื่อมโยงกันทั้งโลก และอาจต้องเผชิญกับสภาวะนี้ไปอีกจนกว่าสถานการณ์ในระดับโลกจะคลี่คลาย

ค่าการกลั่น 8 บาท? รัฐกำหนดเพดานได้หรือไม่?

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ศึกษาเรื่องการควบคุมค่าการกลั่นมากว่า 1 เดือนแล้ว โดยประเด็นดังกล่าวมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องจะต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความอีกครั้ง ส่วนกรณีข้อมูลที่ระบุว่า “ค่าการกลั่นในประเทศไทยสูงถึงลิตรละ 8 บาทนั้น” ยืนยันว่า ปัจจุบันค่าการกลั่น  (เดือนพ.ค.65) อยู่ที่ 5.20 บาท ซึ่งเพิ่มสูงจากความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก และค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น

นายสมภพ พัฒนอริยางกูล โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยค่าการกลั่นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาพบว่า ค่าการกลั่นเฉลี่ยที่ลิตรละ 2.00 - 2.50 บาท แต่ในปี 2563 - 2564  เกิดการระบาดโควิด-19 การใช้น้ำมันทั่วโลกลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวตาม และต้นทุนค่ากลั่นน้ำมันก็ปรับลดตามอยู่ที่ 0.70 – 0.89 บาทต่อลิตร (โดยช่วงดังกล่าวโรงกลั่นขาดทุนสต๊อกน้ำมันรวมกว่า 30,000 ล้านบาท) ซึ่งไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับช่วงภาวะปกติได้

ในปี 2565 ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ประกอบกับวิกฤตราคาน้ำมันจากกรณีรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงเป็นประวัติการณ์ ค่าการกลั่นน้ำมันของไทยปรับตัวสูงขึ้นตาม โดยช่วง 5 เดือนแรกของปี ค่าการกลั่นเฉลี่ย 3.27 บาทต่อลิตร และมาเพิ่มสูงขึ้น ในเดือนพฤษภาคมที่ 5.20 บาทต่อลิตร

ค่าการกลั่น คืออะไร คำนวณอย่างไร?

การคำนวณค่าการกลั่น นำส่วนต่างของราคาน้ำมันสำเร็จรูปทุกชนิดที่โรงกลั่นผลิตได้เทียบกับต้นทุนราคาน้ำมันดิบ ที่ต้องรวมค่าเก็บรักษาและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และยังมีต้นทุนอื่น ๆ ของผู้ประกอบการ เช่น  ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพลังงานที่ใช้กลั่นค่าดำเนินการ ดอกเบี้ย และภาษีซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันและทิศทางเศรษฐกิจที่อยู่ในสภาวะไม่ปกติในปัจจุบัน

อีกทั้งการคิดค่าการกลั่น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับน้ำมันแต่ละชนิดได้ เนื่องจากในการกลั่นน้ำมันดิบ 1 ครั้ง จะได้ผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ เช่น ก๊าซหุงต้ม น้ำมันเบนซิน น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันหล่อลื่น น้ำมันเตา ยางมะตอย ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์ มีราคาจำหน่ายที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถหยิบยกผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งมาเทียบกับราคาน้ำมันดิบแล้วบอกส่วนต่างของค่าการกลั่นได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย 6 ราย ซึ่งกำลังการผลิตของกลุ่ม ปตท. คิดเป็น 61% ของโรงกลั่นทั้งหมด

มาตรการดูแลผลกระทบด้านราคาพลังงาน

รัฐบาลได้พยายามหาแนวทางช่วยเหลือผู้ใช้น้ำมันที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลที่ปัจจุบันอยู่ที่ลิตรละ 34.94 บาท ทั้งที่ราคาที่แท้จริงลิตรละ 45 บาท การลดเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์จากเดิมลิตรละ 1.02 บาท เหลือส่งเข้ากองทุน 0.09 บาท การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ลิตรละ 5 บาท (2 เดือน)

ซึ่งทั้งหมดเป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดกับประชาชน ซึ่งบางมาตรการส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ ขณะที่รายจ่ายในการดูแลประชาชนด้านอื่นก็มีความจำเป็น อีกทั้งการชำระหนี้ของกองทุนน้ำมันจนติดลบใกล้แตะระดับ 1 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตามจากการประชุมร่วมกันระหว่าง กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย มีแนวโน้มว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมออกมา ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ในวันที่ 21 มิถุนายน 2565

วิธีประหยัดน้ำมัน
1. ตรวจสอบลมยางเป็นประจำไม่ให้ยางอ่อนเกินไป
2. สับเปลี่ยนยาง ตรวจตั้งศูนย์ล้อตามกำหนด เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และไส้กรองน้ำมันเครื่องตามความเหมาะสม
3. ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อต้องจอดรถนาน ๆ
4. ควรใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง
5. ไม่ออกรถกระชาก ไม่เลี้ยงคลัทช์เร่งเครื่อง
6. ไม่เร่งเครื่องยนต์ตอนเกียร์ว่าง
7. ไม่ต้องอุ่นเครื่อง ขับช้า ๆ เครื่องจะอุ่นเองที่ 1 - 2 กม. แรก
8. ไม่บรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด ไม่ควรลากเกียร์ต่ำนาน ๆ
9. ใช้ระบบการใช้รถร่วมกัน (Car pool) หมั่นศึกษาทางลัด ประหยัดทั้งเวลาและน้ำมัน เดินทางใกล้ ๆ ใช้จักรยาน
10. ควรใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนเหมาะกับชนิดของรถ



คะแนนโหวต :