รัฐบาล เตรียมปรับร่าง พ.ร.บ. อสม. ยกระดับการคุ้มครอง เพิ่มสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการ ตอบโจทย์คนทำงาน คาด เสนอ ครม.เห็นชอบ มิ.ย. นี้

รัฐบาล เตรียมปรับร่าง พ.ร.บ. อสม. ยกระดับการคุ้มครอง เพิ่มสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการ ตอบโจทย์คนทำงาน คาด เสนอ ครม.เห็นชอบ มิ.ย. นี้

   .

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เตรียมปรับ “ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) พ.ศ. ....” ขยายเกณฑ์อายุแรกเข้าสูงสุด ปรับเกณฑ์เวลาทำงานเพื่อรับสวัสดิการ และเพิ่มความคุ้มครอง อสม.รุ่นใหญ่ ให้สอดคล้องสภาพความเป็นจริง ตอบโจทย์การทำงาน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง คาดพร้อมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในเดือนมิถุนายน 2569

.

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติ อสม. พ.ศ. .... จัดทำขึ้นโดยมุ่งหวัง ในการยกระดับสถานะ สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการของ อสม. ให้ได้รับการรับรองตามกฎหมาย เพื่อตอบแทนต่อความเสียสละของพี่น้อง อสม. ในฐานะกำลังสำคัญของระบบสุขภาพ โดยจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 กรม สบส. ได้นำข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์มาปรับปรุงแก้ไขสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ อสม. ให้สอดคล้อง และตอบโจทย์การทำงานของพี่น้อง อสม. มากที่สุด โดยมีข้อเสนอที่เป็นไฮไลต์สำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่

.

1) เสนอขยายเกณฑ์อายุสูงสุดในการขึ้นทะเบียนเป็น อสม. จากเดิมไม่เกิน 60 ปี เป็น “ไม่เกิน 65 ปี” เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทสังคมสูงอายุในปัจจุบัน ด้วยการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุที่ยังมีสุขภาพแข็งแรง มีประสบการณ์ ได้มีโอกาสร่วมดูแลสุขภาพชาวชุมชน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรสาธารณสุขในระดับพื้นที่ได้อย่างดี

.

2) เสนอปรับลดเกณฑ์ เวลาทำงานรับสวัสดิการจากเดิมที่กำหนดให้ต้องปฏิบัติหน้าที่ไม่น้อยกว่า 20 ปี ปรับลดลงให้เหลือ "ไม่น้อยกว่า 10 ปี" เนื่องจากพบว่า อสม. ส่วนใหญ่เริ่มปฏิบัติงานในช่วงอายุ 40 - 50 ปี การกำหนดเกณฑ์ไว้ที่ 10 ปี จึงเป็นระยะเวลาที่สะสมได้จริง และสะท้อนถึงความทุ่มเทและการเสียสละเพื่อชุมชนในระดับที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้ อสม. สามารถเข้าถึงสวัสดิการได้อย่างเป็นรูปธรรม

.

3) เสนอให้เพิ่มความคุ้มครอง อสม.รุ่นใหญ่ ที่ปฏิบัติงานสาธารณสุขชุมชนมาอย่างยาวนาน โดยมุ่งหวังให้กฎหมายเข้ามาดูแลในกรณี อสม.ร่างกายเสื่อมถอยลงตามวัย จนเป็นเหตุให้พ้นสภาพ ให้มีโอกาสได้รับสวัสดิการเพื่อเป็นบำเหน็จตอบแทนความตั้งใจในการทำงาน ถือเป็นการแสดงความมุ่งมั่นที่จะดูแลพี่น้อง อสม. อย่างเข้าใจไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

.

“ทั้งนี้ เมื่อจัดทำรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นทั้งหมด ประกอบกับตัวร่างพระราชบัญญัติฯ ที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขสมบูรณ์แล้ว คาดจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 โดยเมื่อร่างพระราชบัญญัติฯ ผ่านความเห็นชอบตามกระบวนการตรากฎหมาย ย่อมส่งผลให้เกิดความมั่นคง ยกระดับสวัสดิการ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ” นางสาวพลอยทะเล กล่าว

#PRD1ขอนแก่น #อสม


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar