หน่วยงานภาครัฐเร่งช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
นายกรัฐมนตรี สั่งการ ศปช.ภาคใต้ เร่งระดมกำลังช่วยเหลือ ก่อนจะมีฝนตกหนักอีกระลอกในช่วงวันที่ 12-16 ธ.ค. 67 สั่งการให้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าประจำการในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือทั้งเครื่องสูบน้ำ เรือ และรถการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง คนพิการและผู้ป่วยติดเตียง นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานภาครัฐลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เช่น
กระทรวงยุติธรรม: พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่เร่งฟื้นฟูจังหวัดชายแดนใต้ ระดมกำลังผู้ต้องราชทัณฑ์ทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน ซ่อมรถจักรยานยนต์ที่เสียหายจากอุทกภัย
กระทรวงแรงงาน: นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ อสม. ในพื้นที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เตรียมฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยการจัดตั้งศูนย์ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และเครื่องมือเกษตร โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะระดมทีมช่างกว่า 300 คน และคิกออฟ “ศูนย์ ซ่อม สร้างสุข” ระหว่างวันที่ 20-22 ธันวาคม 2567 และออกมาตรการลดเงินสมทบประกันสังคมสำหรับนายจ้างและลูกจ้างลงเหลือ 3% เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วม
กระทรวงการคลัง: นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะผู้บริหารธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME Bank ลงพื้นที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มอบถุงน้ำใจ พร้อมเยี่ยมสถานประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
โดยออก 3 มาตรการเร่งด่วนช่วยผู้ประกอบการที่ประสบภัย ได้แก่ 1. พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย
2. สินเชื่อฉุกเฉิน 3. สินเชื่อ Boost Up เพื่อ SME ประสบอุทกภัย
นายกฯ สั่งการ ศปช.ภาคใต้ เร่งระดมกำลังช่วยเหลือ ก่อนรับฝนอีกระลอกสัปดาห์นี้
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ จ.ยะลา และปัตตานี เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย ได้มีข้อสั่งการให้ ศอ.บต.ในฐานะ ศปช.ส่วนหน้า เร่งช่วยเหลือ
ผู้ประสบอุทกภัย โดยให้ สทนช. กรมชลประทาน และปภ. เร่งระบายน้ำในพื้นที่ให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมกันนี้ ให้บริหารจัดการน้ำในเขื่อนบางลาง ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนท้ายเขื่อน
โดยให้กรมประชาสัมพันธ์ติดตามข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 12-16 ธ.ค. 67 ที่จะมีฝนตกหนักอีกระลอก เนื่องจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ได้แจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกหนักอีกระลอกช่วงกลางเดือนนี้ ในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลาง โดยเฉพาะ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และ สงขลา ศปช. จึงได้สั่งการให้ ปภ. เข้าประจำการในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือทั้งเครื่องสูบน้ำ เรือ และรถการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง คนพิการและผู้ป่วยติดเตียง
ปภ. ยังตรึงกำลังทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเฝ้าระวังน้ำท่วมภาคใต้ กอปภ. (ส่วนหน้า) ลุยพื้นที่ยะลา- ปัตตานี ตรวจสอบพื้นที่ปลายน้ำวางแผนรับมืออุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น
(8 ธ.ค. 67) เวลา 06.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี จำนวน 11 อำเภอ 58 ตำบล 421 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30,992 ครัวเรือน
นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (ส่วนหน้า) นราธิวาส ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ พบว่าสถานการณ์ภาพรวมน้ำลดลงทุกจังหวัด แต่ยังคงให้จังหวัดตรึงกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยรองรับการเผชิญเหตุหากเกิดฝนตกหนักและเกิดสถานการณ์ระลอกสอง ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการเน้นย้ำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงนายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ได้กำชับให้ทีม ปภ.ส่วนหน้า ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และร่วมกับจังหวัดในการเตรียมพร้อมเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำท่วมเมืองนราธิวาส เดินหน้าบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องชายแดนใต้
(7 ธ.ค. 67) นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงวันที่ 26 - 30 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา กรมชลประทานและหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันระดมเครื่องจักร เครื่องมือ เข้าไปช่วยเหลือเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง จนสถานการณ์เริ่มคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้วในหลายพื้นที่
สถานการณ์น้ำปัจจุบันลุ่มน้ำปัตตานี ที่สถานีวัดน้ำท่า x.275 บ้านบริดอ อ.เมืองปัตตานี ยังคงมีน้ำ
ล้นตลิ่งที่ลุ่มต่ำบางแห่ง สำนักงานชลประทานที่ 17 ได้ทำการเร่งระบายน้ำผ่านอาคารชลประทานต่างๆ พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องจักร เครื่องมือในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา รวม 14 แห่ง ได้แก่ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ จำนวน 24 เครื่อง เครื่องสูบน้ำ Hydroflow จำนวน 7 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 4 เครื่อง รวมปริมาณน้ำที่สูบช่วยเหลืออุทกภัย กว่า 5,790 ล้าน ลบ.ม. พร้อมเดินเครื่องสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 13 แห่ง จำนวน 28 เครื่อง รวมปริมาณน้ำที่สูบช่วยเหลือ 2.03 ล้าน ลบ.ม. เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง กู้คืนพื้นที่ที่อยู่อาศัยของประชาชน ตลอดจนพื้นที่เกษตรที่ถูกน้ำท่วมโดยเร็วที่สุด
อธิบดีกรมชลประทาน ได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานในพื้นที่เร่งดำเนินการตรวจสอบในส่วนที่ได้รับความเสียหาย โดย กรมชลประทาน สนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือ และรถเครน 50 ตัน เพื่อใช้ในการดำเนินการฟื้นฟูในส่วนเสียหายต่อไป พร้อมทั้งกำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยงให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามนโยบายของรัฐบาล และ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
รมว.ยุติธรรม ลงพื้นที่เร่งฟื้นฟูจังหวัดชายแดนใต้ ระดมกำลังผู้ต้องราชทัณฑ์ทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน ซ่อมรถจักรยานยนต์ที่เสียหายจากอุทกภัย
(7 ธ.ค. 67) พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะ ลงพื้นที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส ถนนสุริยะประดิษฐ์ ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัย และแผนการแก้ไขปัญหา พร้อมมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการ
ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในโครงการร่วมแรงซ่อมรถจักรยานยนต์ที่เสียหายจากอุทกภัย โดยความร่วมมือระหว่าง กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) รวมทั้งมีบริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปิดโอกาสให้
ผู้ต้องราชทัณฑ์ได้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งมอบถุงยังชีพให้กับผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส เพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนผู้ประสบภัย
ในพื้นที่ด้วย
พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาอุทกภัยในหลายจังหวัดของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ในขณะนี้ปริมาณน้ำในหลายพื้นที่ลดลงสู่สภาวะปกติ แต่ปัญหาสำคัญ คือ การฟื้นฟูสภาพบ้านเรือน โดยเฉพาะการทำความสะอาดอาคารบ้านเรือนและร้านค้าในเขตเศรษฐกิจ ซึ่งได้สั่งการให้เรือนจำในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นำผู้ต้องราชทัณฑ์ออกช่วยเหลือทำความสะอาดพื้นที่สาธารณประโยชน์
ทั้งถนน ตลาดสด โรงเรียนและวัดในพื้นที่ รวมถึงการเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่ในที่พักพิง และครัวประกอบอาหารของเขตเทศบาลนครยะลา
พันตำรวจเอกทวี กล่าวว่า “รัฐบาลตระหนักถึงความลำบากของประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน
จึงมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงการยื่นเอกสารเยียวยาน้ำท่วมให้มีความรวดเร็วและง่ายดาย โดยจะลดขั้นตอนที่พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อให้การเยียวยาทั่วถึงและโปร่งใส”
โดยได้มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย ณ ตลาดเทศบาลตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ มอบอุปกรณ์การซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์ และบริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหายจากอุทกภัย โดยตั้งเป็นศูนย์ซ่อมฯ บริเวณ อบต.ปะลุกาสาเมาะ มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบภัยที่ ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี และร่วมประชุมกับสมาคมประมงจังหวัดปัตตานี
รมว.แรงงาน “พิพัฒน์” มอบถุงยังชีพแก่ อสม. ในพื้นที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ชื่นชมบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน
(7 ธ.ค. 67) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและคณะ ลงพื้นที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา มอบถุงยังชีพและข้าวสารให้แก่ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่ 12 ตำบล
ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมกล่าวขอบคุณและยกย่องการเสียสละของ อสม. ที่ได้ช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤติ สำหรับอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ 12 ตำบล 73 หมู่บ้าน
มีประชาชนเดือดร้อน 7,065 ครัวเรือน กว่า 18,600 ราย โดยบางพื้นที่ เช่น ตำบลบ้านขาว ตะเครียะ บ้านใหม่ และระโนด ยังคงมีน้ำท่วมขังเนื่องจากพื้นที่ลุ่มต่ำและอยู่ติดทะเลสาบสงขลา
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้สั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน พร้อมอนุมัติงบฉุกเฉินเพิ่มเติมสำหรับจังหวัดที่ประสบอุทกภัยจาก 20 ล้านบาท เป็น 70 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ได้วางแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด เช่น การจัดตั้งศูนย์ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และเครื่องมือเกษตร โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะระดมทีมช่างกว่า 300 คน และคิกออฟ “ศูนย์ ซ่อม สร้างสุข” ระหว่างวันที่ 20-22 ธันวาคม 2567
กระทรวงแรงงาน ได้ออกมาตรการลดเงินสมทบประกันสังคมสำหรับนายจ้างและลูกจ้างลงเหลือ 3% เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วม นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นขอสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยได้ง่ายขึ้น โดยสามารถดำเนินการผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางาน รวมทั้งขอความร่วมมือนายจ้างให้อำนวยความสะดวกแก่ลูกจ้างโดยไม่ถือเป็นวันลา
นายพิพัฒน์ กล่าวย้ำว่า กระทรวงแรงงานจะนำ “เชียงรายโมเดล” ซึ่งเคยประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูชีวิตและอาชีพของประชาชนหลังน้ำท่วมที่จังหวัดเชียงราย มาเป็นแนวทางช่วยเหลือประชาชนในภาคใต้ เพื่อฟื้นฟูชีวิตและเศรษฐกิจในชุมชนให้กลับมาเป็นปกติในระยะเวลาอันสั้น โดยประชาชนที่มีข้อสงสัยสามารถติดต่อสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือเพิ่มเติม
“เผ่าภูมิ” รมช.คลัง ลงพื้นที่สงขลา มอบถุงน้ำใจ พร้อมเยี่ยมสถานประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยผู้ประกอบการที่ประสบภัย
(7 ธ.ค. 67) ด้วยสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสงขลาที่สร้างผลกระทบเเละความเสียหายให้ประชาชนในวงกว้าง รวมไปถึงผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะผู้บริหารธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME Bank ได้ลงพื้นที่ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมหนัก เพื่อนำความห่วงใยจากรัฐบาล พร้อมถุงน้ำใจ เเจกจ่ายเเก่ประชาชนผู้ประสบภัย ตลอดจนเยี่ยมสถานประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อส่งมอบกำลังใจ รับทราบปัญหาความเดือดร้อน เเละเร่งฟื้นฟูเยียวยาให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว
สำหรับการลงพื้นที่ในจุดเเรก ที่อาคารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตเเละส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุเทศบาลเมืองสะเดา สนามกีฬาเทศบาลเมืองสะเดา ได้พบปะ พูดคุย ส่งกำลังใจ รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมเเจกจ่าย “ถุงน้ำใจ” ให้ประชาชนผู้ประสบภัย
นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า รัฐบาลได้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนในด้านต่าง ๆ จึงต้องการมาส่งกำลังใจ ซึ่งกระทรวงการคลังได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เข้ามาช่วยเหลือประชาชน ในเรื่องการเยียวยา
หนึ่งในนั้นคือ การเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบ ผ่านธนาคาร SME โดยการออก 3 มาตรการเร่งด่วน ได้เเก่
1. พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย: สำหรับผู้ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ
• เงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน
• สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และพักชำระดอกเบี้ยได้
2. สินเชื่อฉุกเฉิน: สำหรับผู้ได้รับผลกระทบทางตรง ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติ
เพื่อนำไปฟื้นฟูธุรกิจเฉพาะหน้า วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท สูงสุด 200,000 บาท (บุคคลธรรมดา สูงสุด 100,000 บาท และนิติบุคคล สูงสุด 200,000 บาท) ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน โดยได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม
3. สินเชื่อ Boost Up เพื่อ SME ประสบอุทกภัย: สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทางตรง ซึ่งมี
สถานประกอบการอยู่ในพื้นที่ กู้ต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2 ปีแรก 3.5% ต่อปี โดยสามารถให้บรรษัทประกันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บสย.) ค้ำได้เต็มวงเงิน
นอกจากนี้ ยังได้เข้าเยี่ยมผู้ประกอบการ SMEs ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปัญญาทิพย์ ประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าเครื่องเขียน ของใช้สำนักงาน เเละห้างหุ้นส่วนจำกัด รัตน์คณิต ซึ่งเป็นธุรกิจการผลิตเม็ดพลาสติก เเละพลาสติกขั้นต้น ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักที่ผ่านมา เพื่อรับทราบปัญหาและเร่งหาแนวทางการช่วยเหลือต่อไป
ส่งต่อธารน้ำใจจากทุกภาคส่วน ถึงมือผู้ประสบภัยภาคใต้“ แม่ทัพภาคที่ 4 รับมอบสิ่งของบริจาคเพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบภัย โดยใช้อากาศยานของกองทัพบก ลำเลียงถุงยังชีพ
(7 ธ.ค. 67) พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ กองทัพภาคที่ 4 ได้รับมอบสิ่งของบริจาคจาก มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ซีพี (CP) และบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยสิ่งของที่รับบริจาค จะมี
ถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง มาม่า ปลากระป๋อง น้ำดื่ม และยารักษาโรค เพื่อเป็นกำลังใจ บรรเทาความเดือดร้อน
ให้พี่น้องชาวใต้ก้าวข้ามวิกฤตครั้งนี้ไปพร้อมกัน ณ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาค 4 ส่วนหน้า ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
สำหรับการลำเลียงถุงยังชีพในครั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้จัดอากาศยานจากกองทัพบก เพื่อใช้ในการ
ขนย้ายส่งสิ่งของไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอากาศยานนั้น ถือเป็น “ภาษีของประชาชน
เพื่อประชาชน” ทรัพยากรของรัฐที่ถูกนำมาใช้เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง การลำเลียงความช่วยเหลือในยามวิกฤต หรือการบรรเทาภัยพิบัติ คือการใช้เงินภาษีของประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ทุกคนได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
การช่วยเหลือในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่า
จะยังคงดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และพี่น้องประชาชนในพื้นที่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข
ผู้ว่าฯ นราธิวาส เน้นย้ำประชาชนผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อเตรียมรับความช่วยเหลือเยียวยาตามมติ ครม.
(7 ธ.ค.67) ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยา สำรวจข้อมูลที่ทางราชการกำหนดเป็นกรอบหลักเกณฑ์ในการเยียวยา เพื่อนำส่งส่วนกลางขอรับงบประมาณช่วยเหลือประชาชน พร้อมกำชับทุกอำเภอให้แจ้งประชาชนผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนกับบัญชีธนาคารที่มีอยู่ เพื่อเตรียมรับความช่วยเหลือเยียวยาตาม มติ ครม. รายครัวเรือน 9,000 บาท ตามระเบียบ หลักเกณฑ์ที่กำหนด เมื่อมีการตรวจข้อมูล ข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้วจะส่งข้อมูลให้กับธนาคารออมสิน เพื่อโอนเงินให้กับประชาชนตามบัญชีที่แจ้งไว้ ย้ำว่าจะไม่ใช่การนำจ่ายให้โดยทางจังหวัด แต่จะผ่านทางธนาคารออมสิน
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลายลงแล้ว แต่ประชาชนอาจจะมีความยากลำบาก
ในการประกอบอาหาร ทางมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ประกอบอาหารปรุงสุก แจกจ่ายให้กับประชาชน ตั้งแต่วันที่ 5 - 11 ธันวาคม 2567
รองผู้ว่าฯ พัทลุง มอบถุงยังชีพผู้ประสบอุทกภัยและเตือนประชาชนระวังโรคฉี่หนู
นายปรีชา นวลน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพ ให้กับประชาชน ในพื้นที่ ต.พนางตุง อ.ควนขนุน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ยังคงเหลือพื้นที่ลุ่มต่ำที่ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ พร้อมฝากถึงประชาชนที่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ ให้ดูแลสุขภาพ และระวังโรคที่มากับน้ำ โดยเฉพาะโรคฉี่หนู ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ขอให้ประชาชนทุกคนไม่ต้องกังวลในเรื่องของเงินเยียวยา เพราะทางจังหวัดพัทลุงและรัฐบาล พร้อมช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งในวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาเงินเยียวยาเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เร็วที่สุด
#หน่วยงานภาครัฐเร่งช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ #กระทรวงการคลัง #กระทรวงยุติธรรม #กระทรวงแรงงาน #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง