พม. โดย กรมกิจการเด็กและเยาวชน ยืนยัน ขับเคลื่อนเงินอุดหนุนเด็กเหมาะสม เตรียมชง สวัสดิการแบบถ้วนหน้า เพื่อเสนอ ครม. ต่อไป

พม. แจงกรณี องค์การ UNICEF เรียกร้องให้ขยายโครงการเงินอุดหนุนฯ แรกเกิด ให้ครอบคลุมเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีทุกคน หลังสำรวจพบเด็กยากจนร้อยละ 34 ทั่วประเทศไม่ได้รับเงินตามสิทธิ์
    จากกรณี องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ กล่าวถึง โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในแถลงการณ์เนื่องในวันขจัดความยากจน ซึ่งตรงกับวันที่ 17 ตุลาคมของทุกปีว่า โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในปัจจุบัน มุ่งเน้นให้เงินอุดหนุนรายเดือนแก่เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 6 ปี ในครอบครัวยากจน โดยจากข้อมูลล่าสุด พบว่า มีเด็กยากจนร้อยละ 34 ทั่วประเทศไม่ได้รับเงินอุดหนุนรายเดือนตามสิทธิ์ เนื่องจากปัญหาการคัดกรองและการลงทะเบียนยูนิเซฟจึงเรียกร้องให้มีการขยายโครงการนี้ให้ครอบคลุมเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีทุกคนเพื่อแก้ปัญหาการตกหล่น อีกทั้งยังช่วยลดความยากจนและช่วยให้เด็กได้เริ่มต้นชีวิตอย่างดีที่สุด
    นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนชี้แจงว่า โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดนั้น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2558 และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเห็นชอบให้เด็กแรกเกิดถึง 6 ปี ที่อาศัยอยู่กับผู้ปกครองในครัวเรือนรายได้น้อย (ครัวเรือนที่สมาชิกมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี) ได้รับเงินอุดหนุนในอัตรา 600 บาท ต่อคนต่อเดือน และดำเนินการตามระเบียบกรมกิจการเด็กและเยาวชนว่าด้วยการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด พ.ศ. 2565 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โครงการฯ มีเด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนฯ รวมทั้งสิ้น 2,678,588 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 17,559,910,600 บาท โดยเด็กที่มีสิทธิดังกล่าว คิดเป็นร้อยละ 81.52 ของจำนวนเด็ก (อายุ 0 - 6 ปี) ทั่วประเทศ โดยทางกระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับครัวเรือนรายได้น้อยมาโดยตลอด 
การเข้าถึงโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดสะดวก รวดเร็วมากขึ้น
    กระทรวง พม. ได้มีการพัฒนาการดำเนินงานด้านการลงทะเบียนและคัดกรองให้มีประสิทธิภาพ สามารถให้ประชาชนเข้าถึงโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ดังนี้
1. การลงทะเบียน: ผู้ปกครองสามารถลงทะเบียนขอรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ณ หน่วยรับลงทะเบียน อาทิ กทม. ลงทะเบียนที่สำนักงานเขต เมืองพัทยา ลงทะเบียนที่ศาลาว่าการเมือง พัทยา และส่วนภูมิภาคที่ อบต. หรือเทศบาล นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาช่องทางการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เงินเด็ก” เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น
2. การคัดกรองและการจ่ายเงิน: เมื่อผู้ยื่นลงทะเบียนยื่นเอกสารครบถ้วนผ่านช่องทางที่กำหนดให้มีการ                   ติดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุนฯ ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผ่านเว็บไซต์ ซึ่งบุคคล    ที่มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถยื่นคัดค้านคุณสมบัติผู้มีรายชื่อตามประกาศได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ประกาศรายชื่อ นอกจากนี้ กระทรวงฯ ได้ดำเนินการเชื่อมโยงและนำระบบสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการตรวจสอบ กลั่นกรองและจ่ายเงินแก่ผู้มีสิทธิฯ อาทิ ฐานข้อมูลประชาชนและบริการภาครัฐ (Linkage Center) ของกรมการปกครอง และระบบการจ่ายเงินผ่าน Prompt Pay ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน
ดย. ยืนยันมุ่งดำเนินงานตามนโยบายสำคัญเพื่อสิทธิครัวเรือนรายได้น้อย ส่วนแนวคิดเงินอุดหนุนแบบถ้วนหน้าอยู่ระหว่างเสนอ ต่อ ครม. 
    อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวยืนยันว่า กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้ดำเนินงานตามนโยบายสำคัญเพื่อให้เด็กแรกเกิดในครัวเรือนรายได้น้อยรับสิทธิอย่างทั่วถึงสมบูรณ์ ตั้งแต่ปีงบประมาณ                 พ.ศ. 2567 เป็นต้นมา ดังนี้
1. การประชาสัมพันธ์เชิงรุกแก่กลุ่มเป้าหมายผ่านหน่วยงานและอาสาสมัครในพื้นที่เกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ได้แก่ แผ่นพับ โปสเตอร์และคลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์ ทั้งในรูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน (www.dcy.go.th) Facebook: ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดและผ่านแอปพลิเคชัน “เงินเด็ก” เป็นต้น
2. การประชุมขับเคลื่อนติดตามผลการดำเนินงาน รับฟังข้อเสนอแนะร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 76 แห่ง และเครือข่ายในพื้นที่เป็นประจำทุกเดือน
3. การ X-Ray ค้นหาเด็กที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ โดยการทาบข้อมูลเด็กเกิดใหม่ในพื้นที่ โดยอาศัยฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์กับข้อมูลการยื่นคำร้องขอลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิในระบบฐานข้อมูลโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด หากพบข้อมูลเด็กแรกเกิดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ จะดำเนินการให้เข้าสู่ระบบการลงทะเบียนขอรับสิทธิต่อไป โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้ดำเนินการในพื้นที่ 9 จังหวัดนำร่อง มีเด็กที่ได้รับการติดตามจำนวนทั้งสิ้น 1,867 คน และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ได้ขยายพื้นที่การดำเนินงานครอบคลุมทั้งหมด 28 จังหวัด
4. การติดตามและจัดสวัสดิการสังคมรายครัวเรือนของเด็กแรกเกิดที่อายุครบ 6 ปี ใน 5 มิติ ประกอบด้วย                   มิติด้านสุขภาพ มิติด้านรายได้ มิติด้านการเข้าถึงบริการของรัฐ มิติด้านการศึกษาและมิติด้านความเป็นอยู่ เพื่อให้เด็กได้รับการช่วยเหลือและดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดำเนินการติดตามและช่วยเหลือตามความเหมาะสมให้เด็กแรกเกิดที่อายุครบ 6 ปี จำนวน 164,762 ราย และในปีงบประมาณ                   พ.ศ. 2568 กำหนดเป้าหมายในการติดตาม จำนวน 197,619 ราย
5. การขับเคลื่อนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในรูปแบบที่เหมาะสม โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มติการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการโดยรัฐ ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 และมติการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ครั้งที่ 1/2567                  เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 เห็นชอบการขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการโดยรัฐ ด้านสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง โดยปรับการสนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดจนถึง 6 ปี แบบถ้วนหน้า ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อยู่ระหว่างการเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป
    ทั้งนี้ กรมกิจการเด็กและเยาวชนได้รับงบประมาณเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 จำนวน 16,824,349,800 บาท สำหรับกลุ่มเป้าหมายจำนวน 2,344,240 ราย และกรณีการให้เงินอุดหนุนแบบถ้วนหน้าจะต้องขอรับงบประมาณเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเพิ่มเติมจำนวน 6,700,159,800 บาท กลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นจำนวน 923,053 ราย รวมจะต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 23,524,509,600 บาท สำหรับเด็กแรกเกิดจำนวน 3,267,293 ราย
สวัสดิการสำหรับเด็กและเยาวชนเพื่อการพึ่งพาตนเอง
    นอกจากนี้ กระทรวง พม. โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชนยังได้ดำเนินการจัดสวัสดิการสำหรับเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและช่วยให้ครอบครัวของเด็กและเยาวชนสามารถรับมือกับสภาพปัญหาและพึ่งพาตนเองได้ ดังนี้
1. สวัสดิการเด็กในครอบครัวยากจน โดยสนับสนุนเงินสงเคราะห์สำหรับเด็กที่อาศัยอยู่ในครอบครัวยากจนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าแก่ครอบครัวให้สามารถเลี้ยงดูเด็กได้อย่างเหมาะสมรายละ 1,000 บาทต่อเด็ก 1 คนและไม่เกิน 3,000 บาทสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเกินกว่า 1 คน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วจำนวน 95,731 ราย เป็นเงิน 115,083,000 บาท และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีเป้าหมายให้ความช่วยเหลือเด็กจำนวน 172,625 ราย วงเงินงบประมาณ 172,625,000 บาท
2. สวัสดิการครอบครัวอุปถัมภ์ โดยสนับสนุนเงินอุดหนุนช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูเด็กในครอบครัวอุปถัมภ์แก่บุคคลที่เป็นเครือญาติหรือมิใช่เครือญาติที่ให้การดูแลเด็กกำพร้าหรือถูกทอดทิ้ง ซึ่งครอบครัวประสบปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจรายละ 2,000 บาทต่อเดือน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้ให้การช่วยเหลือ                     ไปแล้วจำนวน 5,334 คน เป็นเงิน 127,124,000 บาท และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีเป้าหมาย                        ให้ความช่วยเหลือจำนวน 5,297 ราย วงเงินงบประมาณ 127,128,000 บาท
3. กองทุนคุ้มครองเด็ก โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว 3,500 ราย เป็นเงิน 22,345,480 บาทและ                     ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีเป้าหมายให้ความช่วยเหลือจำนวน 4,000 ราย วงเงินงบประมาณ 24,414,000 บาท
 


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar