🔴กรมควบคุมมลพิษ ใช้มาตรการเข้มข้นรับมือฝุ่น PM 2.5 ปี 2568 ตั้งเป้าลดจุดความร้อน 25% ยกระดับบังคับใช้กฎหมาย เน้นไม่เผาในพื้นที่เกษตร
นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึง มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 ซึ่งระหว่างนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาที่ฝุ่นละอองจะสูงขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขณะที่ผลการประเมินจากกรมอุตุนิยมวิทยาช่วงหลังวันที่ 23 ตุลาคม 2567 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีฝนลดลง และจะมีมวลอากาศเย็นแผ่เข้ามาบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวโน้มที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นช่วงระหว่างวันที่ 24 - 27 ตุลาคม 2567 ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวในพื้นที่มีสภาวะอากาศปิดส่งผลให้ฝุ่นละอองจากแหล่งกำเนิดไม่สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้ เพื่อเป็นการเตรียมรับมือกับสถานการณ์อย่างเข้มข้น โดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเห็นชอบมาตรการและกลไกการบริหารจัดการ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับชาติ ระดับภาคหรือข้ามเขตป่าเขตปกครอง และระดับจังหวัด โดยมีปฏิบัติการ ระยะเตรียมการจัดทำแผนที่เสี่ยงการเผา risk Map แผนปฏิบัติการจัดการไฟป่าตามห้วงเวลา แผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง ข้อมูลพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูกเสี่ยงเผาและข้อมูลเกษตรกรรายจังหวัด การจัดการไฟในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ โดยตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จุดเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ชุดดับไฟป่า บริหารจัดการเชื้อเพลิง ประกาศจำกัดการเข้าพื้นที่ป่าและพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง การใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชุมชนโดยไม่เผา รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมในที่ดินของรัฐ และมุ่งเน้นการเปลี่ยนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว รวมทั้งการบริหารจัดการภาพรวมโดยจะเร่งรัดการของบกลางสนับสนุน ให้สิทธิประโยชน์กับภาคเอกชนยกระดับการบังคับใช้กฎหมายประกาศกำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ PM 2.5 มีนโยบายการ work from home ดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มข้นยกระดับการสื่อสารประชาสัมพันธ์ทั้งระดับประเทศระดับจังหวัดพื้นที่เสี่ยงและช่วงเวลาวิกฤติ สิ่งสำคัญคือการควบคุมฝุ่นละอองในเขตเมืองออกประกาศห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าเขตเมืองช่วงวิกฤต สนับสนุนการเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ มีนโยบายปรับลดอัตราค่าโดยสารรถสาธารณะ เร่งรัดเปลี่ยนรถ ขสมก. เป็นรถไฟฟ้า ตรวจจับรถยนต์ควันดำ รถบรรทุก พื้นที่ก่อสร้าง ผู้ทำผิดวินัยจราจร โดยปรับสูงสุดตรวจบังคับใช้กฎหมายโรงงานและสถานประกอบกิจการอย่างเข้มงวด ควบคุมจับกุมผู้ลักลอบเผาในเขตชุมชนและริมทาง
สำหรับการจัดการหมอกควันข้ามแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่มีการปลูกข้าวโพดจำนวนมาก ซึ่งนโยบายการไม่รับสินค้าเกษตรที่มีการเผามติคณะรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ดำเนินการหลักขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งเรื่องเรื่องข้าวโพดที่จะไม่รับซื้อหากมีการเผา โดยกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการเรื่อง FTA และจะนำมาชี้แจงในที่ประชุมอีกครั้ง ทั้งนี้จะมีการประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศเรื่องยุทธศาสตร์ฟ้าใสในวันที่ 29 ต.ค.นี้ และปลายปีนี้จะมีการประชุม COP 10 ประเทศเรื่องหมอกควันข้ามแดน คาดว่าจะเกิดมาตรการที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้มีการตั้งศูนย์ข้อมูลและศูนย์บัญชาการเฝ้าระวังควบคุมและดับไฟในประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษกล่าวด้วยว่า แรงจูงใจสำคัญสำหรับภาคการเกษตรให้ลดมลพิษคือสิทธิประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับ หากไม่ปฏิบัติตามอาจจะต้องโดนยึดพื้นที่ทางการเกษตรคืน การควบคุมอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงาน หากฝ่าฝืนถูกบังคับใช้กฎหมายตัดสิทธิ์ความช่วยเหลือจากภาครัฐ กับเกษตรกรที่ไม่ร่วมมือ การช่วยเหลือเกษตรกรปรับรูปแบบการผลิตและออกมาตรการสิทธิ์ประโยชน์ให้กับเกษตรกรที่ไม่เผา นอกจากนี้จะมีการประกาศขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่จำเป็นต้องต้องใช้ไฟและบริหารจัดการไฟในพื้นที่เกษตรเท่าที่จำเป็นและมีการควบคุม
ส่วนเรื่องไฟป่าพื้นที่ที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ที่มักเกิดไฟไหม้ซ้ำซาก เช่น เชียงใหม่ รวมถึงกาญจนบุรี กรมควบคุมมลพิษตั้งเป้าในปี 2568 จะลดจำนวนจุดความร้อนร้อยละ 25 และตั้งเป้าหมายไปถึงพื้นที่การเกษตรร้อยละ 15 ส่วนพื้นที่เมืองตั้งเป้าต้องปฏิบัติตามมาตรการให้ได้ 100 % ซึ่งคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในระยะยาวจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นและไม่รุนแรงเท่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา