กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการดำเนินคดีบุกรุกป่าหาดฟรีดอม กับนายปรินทร หรือ “เสี่ยเล็ก” ผู้ต้องหาในคดีบุกรุกป่า 4 คดี

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำชับทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับกลุ่มทุนและผู้มีอิทธิพลที่รุกพื้นที่ของรัฐ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าสงวนและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ โดยเมื่อวานนี้ (12 พ.ค.69) พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ จังหวัดภูเก็ต และกรมป่าไม้ ติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณหาดฟรีดอม แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก ซึ่งเป็นการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายตามนโยบายรัฐบาล เพื่อทวงคืนผืนป่าและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ พร้อมเน้นย้ำต้องดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ละเว้นผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มทุนรายใด พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาล ให้ความสำคัญกับการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ความยุติธรรมต้องเกิดกับทุกฝ่าย แต่ผู้ที่บุกรุกทำลายป่าไม้ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ นายปรินทร หรือ “เสี่ยเล็ก” ผู้ต้องหาในคดีบุกรุกป่า ได้เดินทางเข้าพบผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระหว่างลงพื้นที่ติดตามคดี จากนั้นเข้ามอบตัวกับตำรวจที่ สภ.กะรน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 รวม 4 คดี จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบการบุกรุกและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะอ้างว่าครอบครองพื้นที่มานานและมีเอกสารสิทธิ์ ส.ค.1 แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันดำเนินคดีตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
สำหรับความผิดฐานบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ มีโทษจำคุก ตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท รวมทั้ง ผู้กระทำผิดอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบด้วย