นายกฯ อนุทิน ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ณ เมืองเซบู ชูบทบาท ‘Bridge Builder’ สร้างโอกาสท่ามกลางวิกฤตโลก ขับเคลื่อนอาเซียนยุคใหม่

นายกฯ อนุทิน ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ณ เมืองเซบู ชูบทบาท ‘Bridge Builder’ สร้างโอกาสท่ามกลางวิกฤตโลก ขับเคลื่อนอาเซียนยุคใหม่


        วันนี้(7 พฤษภาคม 2569) ณ เมืองเซบู, สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เริ่มต้นภารกิจอย่างเป็นทางการในการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ภายใต้แนวคิดหลัก “ก้าวสู่อนาคตร่วมกัน” (Navigating Our Future, Together) เพื่อผนึกกำลังผู้นำภูมิภาคในการกำหนดทิศทางอนาคตอาเซียนท่ามกลางพลวัตของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
        ในการประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยมุ่งเน้นการดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุกภายใต้ยุทธศาสตร์ "Beyond Thailand" โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงบทบาทของไทยในฐานะประเทศสมาชิกที่มีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ และพร้อมเป็น "ตัวเชื่อมความร่วมมือ" (Bridge Builder) เพื่อรักษาสมดุลความสัมพันธ์และสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในทุกมิติ โดยเฉพาะในสภาวะที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกมีความตึงเครียด ไทยมุ่งหวังที่จะทำให้อาเซียนยังคงเป็น "พื้นที่แห่งความปลอดภัยและสันติภาพ" ที่ดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก
        นายกรัฐมนตรีเตรียมเสนอวิสัยทัศน์ในประเด็นสำคัญที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนชาวไทยและภูมิภาคดังนี้:
1. เศรษฐกิจดิจิทัลและพลังงานสะอาด: ผลักดันให้อาเซียนเป็นศูนย์กลางการลงทุนสีเขียว (Green Investment) และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ
2. ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน: ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ไทยพร้อมเสนอแนวทางบูรณาการความมั่นคงทางทรัพยากร เพื่อให้มั่นใจว่าพลเมืองอาเซียนจะเข้าถึงอาหารและพลังงานได้อย่างยั่งยืนในราคาที่เหมาะสม
3. การเสริมสร้างศักยภาพ SMEs และการค้าไร้รอยต่อ: มุ่งเน้นการเข้าถึงตลาดภูมิภาคของผู้ประกอบการรายย่อยผ่านระบบดิจิทัล เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากสู่ระดับสากล
        นอกเหนือจากการประชุมในกรอบพหุภาคี นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการหารือทวิภาคี (Bilateral Meetings) ร่วมกับผู้นำหลายประเทศสมาชิก อาทิ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านคมนาคมขนส่ง การค้าชายแดน และการรับมือกับความท้าทายข้ามพรมแดน ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่า ความคุ้นเคยและสายสัมพันธ์ที่ดีในระดับผู้นำจะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาและขยายช่องทางทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมและมีศักยภาพในการนำพาภูมิภาคก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวไทยและสมาชิกอาเซียนทุกคน
#นายกอนุทิน #AnutinCharnvirakul #ASEAN2026 #ASEANSummit #BeyondThailand #ยุทธศาสตร์ชาติ #การทูตไทย #เศรษฐกิจอาเซียน #สื่อสารรัฐบาลไทย #ความมั่นคงภูมิภาค #เซบู2026


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar