โครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง วงเงิน 1,000 ล้านบาท
กรมอุทยานฯ-อพท.เดินหน้า "กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง" EIA คาด ปี 70 แล้วเสร็จ
ก่อประโยชน์ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงภูกระดึงได้ทุกวัย หากก่อสร้างเสร็จ และเปิดให้บริการ
จะมีการจำกัดจำนวนผู้พักค้างคืนไม่เกิน 5,000 คนต่อวัน เพิ่มการท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ 8,000 คนต่อวัน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

หอการค้าจังหวัดเลย เตรียมเสนอโครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ให้คณะรัฐมนตรีสัญจร (ครม. สัญจร) อนุมัติโครงการ ในวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2569 ที่จังหวัดอุดรธานี วงเงิน 1,000 ล้านบาท
ปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการจัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะเสนอ EIA และทราบผลในช่วงกลางปี 2570 จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการก่อสร้างตามขั้นตอน สำหรับโครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงทำให้เกิดประโยชน์ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงภูกระดึงได้ทุกวัย หากก่อสร้างเสร็จ และเปิดให้บริการ จะมีการจำกัดจำนวนผู้พักค้างคืนไม่เกิน 5,000 คนต่อวัน เพิ่มการท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ 8,000 คนต่อวัน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบัน โครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงยังอยู่ในขั้นตอนการสำรวจ ออกแบบโครงสร้าง และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับสมบูรณ์ โดยมีรายละเอียดความคืบหน้าและไทม์ไลน์สำคัญดังนี้
ข้อมูลและไทม์ไลน์โครงการ
• หน่วยงานรับผิดชอบ: ดำเนินการโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) และสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• งบประมาณการศึกษาและออกแบบ: ได้รับจัดสรรงบประมาณ 25.7 ล้านบาท [1]
• รูปแบบและสเปกเบื้องต้น:
o เป็นระบบ Mono Cable Detachable Gondola (MDG) ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร บริเวณผาหมากดูก
o จำนวน 32 ตู้ รองรับได้ 8 คนต่อตู้
o ขีดความสามารถในการรองรับ 368 คนต่อชั่วโมง เปิดให้บริการประมาณ 240 วันต่อปี (ช่วงเดือนตุลาคม - พฤษภาคม)
• กำหนดการตามแผน:
o รายงาน EIA แล้วเสร็จ/กำหนดปักหมุดเสาต้นแรก: ภายในเดือนธันวาคม 2569
o เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา: ปลายปี 2569
o เริ่มก่อสร้าง: ช่วงปี 2570
o เป้าหมายเปิดให้บริการ: ปลายปี 2570 หรือช่วงต้นปี 2571
ข้อคิดเห็นและประเด็นที่เกี่ยวข้อง
• เสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่: จากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นโดย อพท. ประชาชนในจังหวัดเลยส่วนใหญ่ (กว่า 80-90%) เห็นด้วยกับโครงการ โดยมองว่าเป็นโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
• ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม: กลุ่มอนุรักษ์ เช่น มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ยังคงแสดงความกังวลเรื่องผลกระทบต่อระบบนิเวศ เนื่องจากแนวเส้นทางและพื้นที่บางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A และสิ่งปลูกสร้างบนยอดภู
อ่านเพิ่มเติม .