<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[Inforgraphic]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/index/id/459</link>
<atom:link href="https://region1.prd.go.th/th/content/category/index/id/459" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเดินหน้าโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ดันสินค้าแบรนด์ไทย กระตุ้นยอดใช้จ่ายนักท่องเที่ยวกลางปี ช่วง มิ.ย - ส.ค 69 เผยปี 68 สร้างรายได้กว่า 700 ล้านบาท]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/detail/id/459/iid/505660</link>
<guid isPermaLink="false">b47cd43732318863a57c6b9d18c751da</guid>
<pubDate>Fri, 22 May 2026 14:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:28px;"><strong>รัฐบาลเดินหน้าโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ดันสินค้าแบรนด์ไทย กระตุ้นยอดใช้จ่ายนักท่องเที่ยวกลางปี ช่วง มิ.ย - ส.ค 69 เผยปี 68 สร้างรายได้กว่า 700 ล้านบาท</strong></span></span><br />
<img alt="" src="https://region1.prd.go.th/cms/s51/u3683/Win_News/Goverment 69/22_05_2026_W08.jpg" style="width: 550px; height: 550px;" /><br />
(22 พฤษภาคม 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาล โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าเตรียมความพร้อมร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 100 ราย สำหรับการเข้าร่วมโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งตลาดระยะใกล้และตลาดระยะไกลที่เติบโตดี<br />
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า จากสถิติปี 2566-2567 นักท่องเที่ยวต่างชาติมีการใช้จ่ายด้านช้อปปิ้งและของที่ระลึกอยู่ที่สัดส่วนร้อยละ 15-20 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งเป็นอันดับ 3 รองจากค่าที่พักและค่าอาหารและเครื่องดื่ม โดยตลาดหลักที่มีกำลังซื้อสูงสุด ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อินเดีย เกาหลี และฮ่องกง ตามลำดับ รัฐบาล โดย ททท. จึงได้เตรียมจัดโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 พร้อมมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วง Green Season โดยมีพื้นที่หลักในการดำเนินกิจกรรม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี (พัทยา) เชียงใหม่ อุดรธานี ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่) เพื่อเร่งกระตุ้นการใช้จ่ายและตอบโจทย์แคมเปญ Unforgettable Experience ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่นักท่องเที่ยว ควบคู่กับการผลักดันเสน่ห์ไทยผ่านสินค้าแบรนด์ไทยและสนับสนุนนักออกแบบไทย ครอบคลุมสินค้าแฟชั่น งานคราฟต์ เครื่องประดับ และสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุรีไซเคิล เพื่อมอบประสบการณ์การชอปปิงรูปแบบใหม่ด้วยคุณภาพระดับพรีเมียมที่เข้าถึงได้<br />
&ldquo;จากข้อมูลผลการดำเนินโครงการ Amazing Thailand Grand Sale ปี 2568 พบว่ามีรายได้หมุนเวียนระหว่างดำเนินโครงการฯ กว่า 700 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจต่อโครงการร้อยละ 92.92 และมีความต้องการบอกต่อถึงกิจกรรมโครงการฯ ร้อยละ 98.67 ขณะที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ร่วมโครงการฯ 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน และอินเดีย&rdquo; นางสาวพลอยทะเล ระบุ<br />
รัฐบาลเชิญชวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวร่วมนำเสนอโปรโมชัน สิทธิพิเศษ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมภายใต้โครงการฯ โดยโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ในปีนี้<br />
จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน &ndash; 15 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account: @thailandgrandsale<br />
<a data-interactable="|click||keydown|" href="https://www.facebook.com/hashtag/prd1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99?__cft__[0]=AZZCD7zG9MYi25OIU_wEUZq5RbMER4OEiZNeHSFHqoKAYf1iHJauylV5aqQDLYZnbPvcHVKuKn-ifuvGq3fRdB3G1SQDgs-1DBoVPecPJH92YsBihNb5kieEuXCpjgr_5E0GY0ulpqL-iD9td9jrhAvMlGqrbN_ZhCYPMY1EB76Gbw&amp;__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#PRD1ขอนแก่น</a><br />
<a data-interactable="|click||keydown|" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2?__cft__[0]=AZZCD7zG9MYi25OIU_wEUZq5RbMER4OEiZNeHSFHqoKAYf1iHJauylV5aqQDLYZnbPvcHVKuKn-ifuvGq3fRdB3G1SQDgs-1DBoVPecPJH92YsBihNb5kieEuXCpjgr_5E0GY0ulpqL-iD9td9jrhAvMlGqrbN_ZhCYPMY1EB76Gbw&amp;__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</a><br />
<a data-interactable="|click||keydown|" href="https://www.facebook.com/hashtag/amazingthailandgrandsale2026?__cft__[0]=AZZCD7zG9MYi25OIU_wEUZq5RbMER4OEiZNeHSFHqoKAYf1iHJauylV5aqQDLYZnbPvcHVKuKn-ifuvGq3fRdB3G1SQDgs-1DBoVPecPJH92YsBihNb5kieEuXCpjgr_5E0GY0ulpqL-iD9td9jrhAvMlGqrbN_ZhCYPMY1EB76Gbw&amp;__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#AmazingThailandGrandSale2026</a>&nbsp;<a data-interactable="|click||keydown|" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2?__cft__[0]=AZZCD7zG9MYi25OIU_wEUZq5RbMER4OEiZNeHSFHqoKAYf1iHJauylV5aqQDLYZnbPvcHVKuKn-ifuvGq3fRdB3G1SQDgs-1DBoVPecPJH92YsBihNb5kieEuXCpjgr_5E0GY0ulpqL-iD9td9jrhAvMlGqrbN_ZhCYPMY1EB76Gbw&amp;__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#สินค้าแบรนด์ไทย</a><br />
<a data-interactable="|click||keydown|" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C?__cft__[0]=AZZCD7zG9MYi25OIU_wEUZq5RbMER4OEiZNeHSFHqoKAYf1iHJauylV5aqQDLYZnbPvcHVKuKn-ifuvGq3fRdB3G1SQDgs-1DBoVPecPJH92YsBihNb5kieEuXCpjgr_5E0GY0ulpqL-iD9td9jrhAvMlGqrbN_ZhCYPMY1EB76Gbw&amp;__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#กรมประชาสัมพันธ์</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region1.prd.go.th/th/file/get/file/202605229a9aef2452bacdc7fef9ec1a838d9196141407.jpg' type='image/jpg' length='136800' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ที่ประชุมมหาเถรสมาคมรับทราบรายงานผลการดำเนินการกองทุน “วัดช่วยวัด”อนุมัติเงินช่วยเหลือพระสงฆ์ช่วยเหลือวัดที่ประสบภัยธรรมชาติและอุบัติภัย ไปแล้วกว่า 111 ล้านบาท]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/detail/id/459/iid/505658</link>
<guid isPermaLink="false">c7bc62fd4e08217b07eefedd72f22f72</guid>
<pubDate>Fri, 22 May 2026 14:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;"><span style="color:#0000cd;"><strong>ที่ประชุมมหาเถรสมาคมรับทราบรายงานผลการดำเนินการกองทุน &ldquo;วัดช่วยวัด&rdquo;อนุมัติเงินช่วยเหลือพระสงฆ์ช่วยเหลือวัดที่ประสบภัยธรรมชาติและอุบัติภัย ไปแล้วกว่า 111 ล้านบาท</strong></span></span><br />
<img alt="" src="https://region1.prd.go.th/cms/s51/u3683/Win_News/Goverment 69/22_05_2026_W07.jpg" style="width: 550px; height: 550px;" /><br />
รศ.ดร.ชัชพล ไชยพร นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 12/2569 ได้มีมติรับทราบรายงานผลการดำเนินการกองทุน &ldquo;วัดช่วยวัด&rdquo; ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้จัดทำรายงานสถานะทางการเงินของกองทุน &ldquo;วัดช่วยวัด&rdquo; ดังนี้ รายรับ &ndash; รายจ่าย ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2546-27 ม.ค. 2569 มีรายรับ 321,831,929.48 บาท รายจ่ายจำนวน 111,839,565.15 บาท ซึ่งการส่งเงินเข้ากองทุนนี้จากคณะสงฆ์ปี 2566-2569 มีดังนี้ เงินบริจาคจากนิตยภัตพระสังฆาธิการทุกระดับ 1 เดือน ปี 2566-2568 เป็นจำนวนเงิน 36,340,243.25 บาท และจากการทอดผ้าป่ากองทุนวัดช่วยวัด ปี 2567-2568 จำนวนเงิน 1,145,490.25 บาท<br />
สำหรับการเบิกเงินตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุน &ldquo;วัดช่วยวัด&rdquo; ตั้งแต่ปี 2566-2569 สรุปได้ ดังนี้ 1.ตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุน &ldquo;วัดช่วยวัด&rdquo; ครั้งที่ 1/2566 เห็นชอบให้เงินช่วยเหลือวัดที่ประสบภัยธรรมชาติและอุบัติภัย ตามหลักเกณฑ์ จำนวน 5 วัด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 180,000 บาท 2.ตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุน &ldquo;วัดช่วยวัด&rdquo; ครั้งที่ 1/2567 เห็นชอบให้เงินช่วยเหลือวัดที่ประสบภัยธรรมชาติและอุบัติภัย ตามหลักเกณฑ์ จำนวน 5 วัด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 200,000 บาท 3.ตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุน &ldquo;วัดช่วยวัด&rdquo; ครั้งที่ 1/2568 เห็นชอบให้เงินช่วยเหลือวัดที่ประสบภัยธรรมชาติและอุบัติภัย ตามหลักเกณฑ์ จำนวน 62 วัด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,570,404 บาท และเจ้าคณะภาค 18 ได้ขอรับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม ในกรณีที่เจ้าคณะจังหวัดปัตตานีได้รายงานเรื่องฝนตกหนัก ระหว่างวันที่ 27 พ.ย. 2567-3 ธ.ค. 2567 ส่งผลให้เกิดอุทกภัย พระสงฆ์ไม่สามารถออกบิณฑบาตได้ และเสนาสนะได้รับความเสียหาย รับเงินช่วยเหลือจากกองทุน &ldquo;วัดช่วยวัด&rdquo; เพื่อขอรับการช่วยเหลือเบื้องต้น 6 อำเภอ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 112,560 บาท<br />
4.ตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุน &ldquo;วัดช่วยวัด&rdquo; ครั้งที่ 2/2568 เห็นชอบให้เงินช่วยเหลือวัดที่ประสบภัยธรรมชาติและอุบัติภัย ตามหลักเกณฑ์ (อยู่ระหว่างการดำเนินการเบิกจ่าย) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,391,101 บาท ดังนี้ อนุมัติเงินช่วยเหลือวัดที่ประสบภัยธรรมชาติและอุบัติภัยตามหลักเกณฑ์ จำนวน 94 วัด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,126,699 บาท อนุมัติเงินช่วยเหลือวัดประสบธรณีพิบัติภัย (แผ่นดินไหว) จำนวน 3 วัด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 180,000 บาท อนุมัติเงินช่วยเหลือวัดที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ พ.ศ.2568 ตามหลักเกณฑ์ จำนวน 46 วัด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,045,084 บาท<br />
และอนุมัติค่าธรรมเนียมการจ่ายเงินอุดหนุนวัดที่ประสบวินาศภัย และค่าธรรมเนียมการขอรายการเดินบัญชีย้อนหลัง เป็นจำนวนเงิน 2,318 บาท และ 5.อนุมัติเงินช่วยเหลือพระภิกษุ สามเณร ที่มรณภาพ และได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา จำนวน 37,000 บาท<br />
<a data-interactable="|click||keydown|" href="https://www.facebook.com/hashtag/prd1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99?__cft__[0]=AZZ7g1Td9ndctSL42ulZOgRbcTMqR3XkzatWnp8-jBCWg5EA_jQv1ANTeAMt_p94jfR1g57QHIaWm71yUtk1Hx-32MonSZ1WFUt1x24eHTyB-gcGvGRPKYRjw-uE6ETa7F98ghG0KXf1P04fP6qakSKJza1P7X59Oils72GdlIm7SUC8D5SLUAJw6JVrNrULVq4&amp;__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#PRD1ขอนแก่น</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region1.prd.go.th/th/file/get/file/202605228fa960c398fe2c8bc266c59332cdc806140448.jpg' type='image/jpg' length='89959' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลยกระดับปราบภัย "ไซเบอร์" ออกมาตรการคืนเงินผู้เสียหาย สกัดซิมม้าอย่างเป็นระบบ]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/detail/id/459/iid/505652</link>
<guid isPermaLink="false">5222ac88171af4b83bd12bdf8d5cc7eb</guid>
<pubDate>Fri, 22 May 2026 13:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:28px;"><strong>รัฐบาลยกระดับปราบภัย &quot;ไซเบอร์&quot; ออกมาตรการคืนเงินผู้เสียหาย สกัดซิมม้าอย่างเป็นระบบ</strong></span></span></p>

<p><img alt="" src="https://region1.prd.go.th/cms/s51/u3683/Win_News/Goverment 69/22_05_2026_W06.jpg" style="width: 550px; height: 550px;" /></p>

<p>(22 พฤษภาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการปราบปรามภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างเป็นระบบ หลังอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีรูปแบบซับซ้อนและขยายตัวรวดเร็ว ทั้งการหลอกลวงออนไลน์ บัญชีม้า ซิมม้า และการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือกระทำผิด กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และความเชื่อมั่นของประชาชน<br />
รองโฆษกฯ กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกกฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 และจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศเป็นต้นไป เพื่อกำหนดกลไกให้สถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงิน บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ และกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้รวดเร็วและเป็นระบบ<br />
สาระสำคัญของกฎกระทรวงดังกล่าว คือ เมื่อมีการตรวจพบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือมีการระงับ ยึด หรืออายัดเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรายงานข้อมูลต่อ ปปง. จากนั้นจะมีการตรวจสอบ ประกาศข้อมูลบัญชีที่เกี่ยวข้อง เปิดช่องให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคืนเงิน และเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นคำร้องคัดค้านภายในระยะเวลาที่กำหนด ก่อนเสนอให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณามีคำสั่งคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้เสียหายตามหลักฐานและเส้นทางการเงิน<br />
ขณะเดียวกัน สำนักงาน กสทช. ได้ออกประกาศมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมเพิ่มเติม โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการจำกัดการลงทะเบียนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย และบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ไม่เกิน 3 เลขหมายต่อคนต่อผู้ให้บริการ พร้อมกำหนดให้ต้องแสดงตนที่สาขาหรือตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น เพื่อป้องกันการนำซิมไปใช้เป็น &ldquo;ซิมม้า&rdquo; หรือเครื่องมือของขบวนการหลอกลวงออนไลน์<br />
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการห้ามเครื่อง SIM BOX หรือ Gateway ที่รองรับตั้งแต่ 4 ซิมขึ้นไป เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามนำหมายเลข IP Address ที่จดทะเบียนในประเทศไทยไปให้บริการในต่างประเทศโดยไม่เหมาะสม กำหนดให้ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลผู้ใช้บริการย้อนหลังไม่น้อยกว่า 180 วัน เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี และให้ปฏิเสธการลงทะเบียนเลขหมายเพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในฐานข้อมูลเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี<br />
นางสาวลลิดา กล่าวว่า มาตรการทั้งหมดนี้สะท้อนแนวทางของรัฐบาลในการแก้ปัญหาภัยไซเบอร์แบบครบวงจร ตั้งแต่การปิดช่องโหว่ต้นทาง สกัดเครื่องมือของมิจฉาชีพ ติดตามเส้นทางการเงิน ไปจนถึงการเร่งคืนเงินแก่ผู้เสียหาย โดยรัฐบาลมุ่งให้ประชาชนใช้บริการดิจิทัลและโทรคมนาคมได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และได้รับความเป็นธรรมเมื่อได้รับความเสียหาย<br />
&ldquo;ภัยไซเบอร์ไม่ใช่เพียงปัญหาอาชญากรรมทั่วไป แต่เป็นภัยด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชน รัฐบาลจึงเดินหน้าบูรณาการทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงดิจิทัลฯ ปปง. กสทช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อปราบปรามอย่างจริงจัง ลดโอกาสประชาชนตกเป็นเหยื่อ และสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยในยุคดิจิทัล&rdquo; รองโฆษกฯ กล่าว<br />
<a data-interactable="|click||keydown|" href="https://www.facebook.com/hashtag/prd1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99?__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#PRD1ขอนแก่น</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region1.prd.go.th/th/file/get/file/202605226413836eb9236a130bf22bbb5437a0ef140210.jpg' type='image/jpg' length='132467' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย ร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ย้ำความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มุ่งพัฒนาพื้นที่เกาะสีชังให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/detail/id/459/iid/505641</link>
<guid isPermaLink="false">8e7e29fb500ce2c830bebc226390efe9</guid>
<pubDate>Fri, 22 May 2026 13:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:28px;"><strong>กระทรวงมหาดไทย ร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ย้ำความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มุ่งพัฒนาพื้นที่เกาะสีชังให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน</strong></span></span></p>

<p><img alt="" src="https://region1.prd.go.th/cms/s51/u3683/Win_News/Goverment 69/22_05_2026_W05.jpg" style="width: 550px; height: 550px;" /></p>

<p>วันนี้ (22 พ.ค. 69) เวลา 08.15 น. ที่ศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกาะสีชัง ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร ร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี โดย พล.อ.อ.สถิตพงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานการลงพื้นที่ โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอเกาะสีชัง ผู้นำท้องที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้การต้อนรับและนำลงพื้นที่</p>

<p>โอกาสนี้ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพงศกร ยุทธโกวิท นายพีระพล ปูรณะโชติ นายสุพจน์ คำเหลือง รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายสุทัศน์ นุชปาน รองผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค นายปัณณพัฒน์ จันทร์เจริญสุข รองผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย ร่วมลงพื้นที่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ โดยภายหลังจากการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานฯ คณะได้ลงพื้นที่ศูนย์กำจัดขยะเทศบาลตำบลเกาะสีชัง และเดินทางไปปลูกต้นไม้ประจำถิ่น ณ มณฑปรอยพระพุทธบาท แล้วมอบจักรยานยนต์ไฟฟ้า และรับฟังบรรยายมาตรการรักษาความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมมอบสิ่งของให้แก่ตำรวจและประชาชนในพื้นที่ ณ สถานีตำรวจภูธรเกาะสีชัง</p>

<p>กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ตามแผนแม่บทการพัฒนา ทั้งหน่วยงานตามภารกิจ (Function) และหน่วยงานในเชิงพื้นที่ (Area) ผ่านกลไกคณะทำงานโครงการพัฒนาพื้นที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี มีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งในขณะนี้มีภาพรวมการดำเนินการ 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการบริหารจัดการน้ำ โดย &quot;การประปาส่วนภูมิภาค&quot; ดำเนินโครงการก่อสร้างระบบผลิตน้ำ Reverse Osmosis (RO) พร้อมระบบท่อส่งน้ำ (ใหม่) และโครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบแก้ไขปัญหาระบบประปาในพื้นที่เกาะสีชัง และ &quot;องค์การจัดการน้ำเสีย&quot; ดำเนินโครงการระบบบำบัดน้ำเสียเกาะสีชัง แบ่งเป็น สถานีสูบน้ำเสียที่ 1 หน้าสถานีตำรวจเกาะสีชัง และสถานีสูบน้ำเสียที่ 2 หลังร้านซันคาเฟ่ (Sun cafe) และ &quot;กรมโยธาธิการและผังเมือง&quot; ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่เกาะสีชัง ระยะที่ 2 จำแนกเป็น การวางท่อส่งน้ำประปา ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก และก่อสร้างลานอเนกประสงค์ โดยมีความก้าวหน้าภาพรวมคิดเป็นร้อยละ 82</p>

<p>2. ด้านการบริหารจัดการไฟฟ้า &quot;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&quot; ดำเนินโครงการพัฒนาระบบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมระบบไมโครกริด และ 3. ด้านการบริหารจัดการขยะ &quot;กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&quot; ได้กำหนดมาตรการในการจัดการขยะของเกาะสีชังอย่างครบวงจร ทั้งด้านการจัดการขยะต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยมุ่งเน้นการลดปริมาณขยะตั้งแต่แหล่งกำเนิด ผ่านการคัดแยกขยะอินทรีย์ ตามโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน การขับเคลื่อน &quot;เกาะสีชังปลอดโฟม (No Foam)&quot; และการส่งเสริมหน่วยงานปลอดขยะ (Zero Waste Office) เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ และเทศบาลเกาะสีชังได้มีแผนเพิ่มศักยภาพการกำจัดขยะด้วยการพัฒนาเตาเผาขยะแบบหมดจด รองรับปริมาณขยะในระยะยาว</p>

<p>ขณะที่จังหวัดชลบุรีได้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่เกาะสีชังตามแผนแม่บท ครอบคลุมด้านการบริหารจัดการน้ำ การจัดการน้ำเสีย การบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า การบริหารจัดการขยะ และการส่งเสริมการท่องเที่ยว ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ ในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เกาะสีชัง กรมป่าไม้ได้ดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกป่า บริเวณหาดท่ายายทิม บนพื้นที่ประมาณ 2.7 ไร่ โดยคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสม อาทิ ต้นไทรย้อยใบแหลม แหนนา และหางนกยูงฝรั่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความร่มรื่น และส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมของพื้นที่เกาะสีชังในระยะยาว และในปี 2569 จังหวัดชลบุรี ได้จัดสรรงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดให้กับเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ดำเนินโครงการวางปะการังเทียม จำนวน 9,900 ลูก สำหรับฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งได้มีการทิ้งปะการังเทียมไปแล้วมากกว่า 77,000 ลูก ในระดับความลึกประมาณ 15-22 เมตร ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ อาทิ อ่าวถ้ำพัง อ่าวเขาขาด แหลมงู และเกาะร้านดอกไม้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ลดผลกระทบจากการทำประมงชายฝั่ง ตลอดจนช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล และสร้างรายได้ให้ชาวประมงในพื้นที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ยังผลให้การพัฒนาพื้นที่เกาะสีชังให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน</p>

<p><a data-interactable="|click||keydown|" href="https://www.facebook.com/hashtag/prd1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99?__cft__[0]=AZZjpr8bs-KSNLBfZwho_jUAtuUY0DHC-_LQYLlPDb4Ed6Xg2KYMrmumUK2jSdVifCcZYMQCTfDOx3Zm40KdCTGxjTlRttVG7ko_fw4BXcm-FYqbKUbt8-XQ4L7RArZbwG6lqBI-f2475wp3NfIeLxgs&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#PRD1ขอนแก่น</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region1.prd.go.th/th/file/get/file/202605224c3bf2ed38d51c3511f874213433ee0a134650.jpg' type='image/jpg' length='147694' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กฎหมายอำนวยความสะดวกฉบับใหม่ ผ่านสภาแล้ว! หนุนประชาชนยื่นขออนุญาตง่าย รู้ผลเร็ว ลดเรียกเอกสารซ้ำ]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/detail/id/459/iid/505628</link>
<guid isPermaLink="false">777f184a6d963321ec37ade2cf9355ad</guid>
<pubDate>Fri, 22 May 2026 13:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:28px;"><strong>กฎหมายอำนวยความสะดวกฉบับใหม่ ผ่านสภาแล้ว! หนุนประชาชนยื่นขออนุญาตง่าย รู้ผลเร็ว ลดเรียกเอกสารซ้ำ</strong></span></span><br />
<img alt="" src="https://region1.prd.go.th/cms/s51/u3683/Win_News/Goverment 69/22_05_2026_W04.jpg" style="width: 550px; height: 550px;" /><br />
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีนโยบายเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ในการใช้บริการและการอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งหนึ่งในกฎหมายที่จะมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงดังกล่าวคือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชนฉบับใหม่<br />
โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2569 สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ซึ่งวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะมีขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศใช้บังคับ และจะเป็นกฎหมายสำคัญที่จะเข้ามาขับเคลื่อนการลดภาระการติดต่อรัฐ และยกระดับบริการภาครัฐให้รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น<br />
น.ส.รัชดา กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลด้านราชการทันใจ และการปฏิรูปกฎหมาย<br />
โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนและภาคธุรกิจรู้ขั้นตอน ระยะเวลา เอกสาร และค่าธรรมเนียมของงานบริการรัฐที่ชัดเจน หน่วยงานรัฐต้องลดการเรียกเอกสารซ้ำ หากรัฐมีข้อมูลอยู่แล้วหรือสามารถเชื่อมโยงจากระบบกลางได้ ไม่ผลักภาระให้ประชาชนต้องนำเอกสารไปยื่นซ้ำอีก<br />
ที่สำคัญ กฎหมายยังเปิดทางให้ใช้ระบบอนุญาตหลัก หรือ Super License ในกิจการที่ต้องขออนุญาตจากหลายหน่วยงาน ที่เมื่อได้รับใบอนุญาตหลักแล้ว ให้ถือว่าได้รับใบอนุญาตรองที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขที่กำหนด จะลดปัญหาผู้ประกอบการต้องเดินเอกสารหลายรอบ หลายหน่วยงาน และยังให้มีศูนย์รับคำขอกลาง เพื่อรับคำขอและส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย<br />
น.ส.รัชดา กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับระบบราชการให้สนับสนุนการประกอบธุรกิจจริง ลดต้นทุน ลดเวลารอคอย และลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการยกระดับมาตรฐานภาครัฐ รองรับเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD<br />
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้ากฎหมายและระบบเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐควบคู่กัน โดย ครม. เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้หน่วยงานรัฐเชื่อมข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มคุณภาพบริการ ลดการเรียกเอกสารซ้ำ และช่วยให้หน่วยงานตรวจสอบทำงานได้แม่นยำขึ้น<br />
&ldquo;รัฐบาลไม่ได้ปรับปรุงกฎหมายแบบแยกส่วน แต่ทำการแก้ไขกฎหมายที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบให้หน่วยงานรัฐทำงานคล่องขึ้น ประชาชนติดต่อราชการได้สะดวก ผู้ประกอบการเดินหน้าธุรกิจได้รวดเร็วขึ้นส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ การลงทุน การมีงานทำของประชาชน&rdquo; น.ส.รัชดา กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region1.prd.go.th/th/file/get/file/202605228d84d9eec85557a7cf68f040ae65ad8a133401.jpg' type='image/jpg' length='110582' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พสบ.ทอ. ติดตามโครงการ ''Telemedicine' ยกระดับบริการแพทย์ดิจิทัล เตรียมเปิดให้ประชาชนใช้บริการ ก.ค. 69]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/detail/id/459/iid/505618</link>
<guid isPermaLink="false">77f405692172721389986913e3629cfb</guid>
<pubDate>Fri, 22 May 2026 13:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:28px;"><strong>พสบ.ทอ. ติดตามโครงการ &#39;&#39;Telemedicine&#39; ยกระดับบริการแพทย์ดิจิทัล เตรียมเปิดให้ประชาชนใช้บริการ ก.ค. 69</strong></span></span></p>

<p><img alt="" src="https://region1.prd.go.th/cms/s51/u3683/Win_News/Goverment 69/22_05_2026_W03.jpg" style="width: 550px; height: 550px;" /></p>

<p>เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. พลอากาศตรี อภิรัตน์ รังสิมาการ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะรองประธานชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพอากาศ (พสบ.ทอ.) พร้อมด้วย คุณโกมล เจียรวนนท์ ประธานบริหารชมรม พสบ.ทอ. ร่วมเป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการ telemedicine ของศูนย์อายุรพัฒน์ ณ ห้องประชุมผู้บังคับบัญชา กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ<br />
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ &ldquo;Telemedicine&rdquo; ของโรงพยาบาลทศมินทราธิราช ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างชมรม พสบ.ทอ. กรมแพทย์ทหารอากาศ และบริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) โดย พลอากาศเอก อิทธพร คณะเจริญ สมาชิกชมรม พสบ.ทอ. รุ่นที่ 19 ได้ริเริ่มให้มีโครงการเพื่อลดความคับคั่งของผู้มาใช้บริการโรงพยาบาลและเพิ่มความสะดวกในการให้บริการผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างเป็นทางการภายในเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป<br />
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 2,590,000 บาท โดยบริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) จะให้การสนับสนุนด้านระบบและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่เริ่มเปิดใช้งาน ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2569 ถึงเดือนมิถุนายน 2570 เพื่อช่วยให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อข้าราชการกองทัพอากาศที่เกษียณอายุราชการที่มาใช้บริการศูนย์อายุรพัฒน์<br />
การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารชมรม พสบ.ทอ. คณะกรรมการบริหารชมรมฝ่ายการแพทย์ ตลอดจนผู้แทนจากบริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง<br />
นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชมรม พสบ.ทอ. ที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนภารกิจด้านสาธารณประโยชน์ และส่งเสริมการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ ตามเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและประชาชนตลอดมา<br />
<a data-interactable="|click||keydown|" href="https://www.facebook.com/hashtag/prd1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99?__cft__[0]=AZYVJTxYrMzEfdsVJKXUKi2QBVE7lpXe4Y3Btp2979blT6mhZy_4flwl5IvJyYgFzDPwcW0AWkrEWrPcaWUV2MCVGSIYauJ-YtWkHmVBX1PLnec8KZ0AOfnYwMN4HH4xNdo9dsYLinEGzjjVzVDShDKe&amp;__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#PRD1ขอนแก่น</a><br />
<a data-interactable="|click||keydown|" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8?__cft__[0]=AZYVJTxYrMzEfdsVJKXUKi2QBVE7lpXe4Y3Btp2979blT6mhZy_4flwl5IvJyYgFzDPwcW0AWkrEWrPcaWUV2MCVGSIYauJ-YtWkHmVBX1PLnec8KZ0AOfnYwMN4HH4xNdo9dsYLinEGzjjVzVDShDKe&amp;__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ</a><br />
<a data-interactable="|click||keydown|" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3telemedicine?__cft__[0]=AZYVJTxYrMzEfdsVJKXUKi2QBVE7lpXe4Y3Btp2979blT6mhZy_4flwl5IvJyYgFzDPwcW0AWkrEWrPcaWUV2MCVGSIYauJ-YtWkHmVBX1PLnec8KZ0AOfnYwMN4HH4xNdo9dsYLinEGzjjVzVDShDKe&amp;__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#โครงการtelemedicine</a><br />
<a data-interactable="|click||keydown|" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C?__cft__[0]=AZYVJTxYrMzEfdsVJKXUKi2QBVE7lpXe4Y3Btp2979blT6mhZy_4flwl5IvJyYgFzDPwcW0AWkrEWrPcaWUV2MCVGSIYauJ-YtWkHmVBX1PLnec8KZ0AOfnYwMN4HH4xNdo9dsYLinEGzjjVzVDShDKe&amp;__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#กรมประชาสัมพันธ์</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region1.prd.go.th/th/file/get/file/20260522c55cae2cfa522350f3670b14f2512e33132550.jpg' type='image/jpg' length='235305' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[‘รมต.ภราดร’ มั่นใจ ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส” 25 พฤษภาคมนี้ ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะธนาคารกรุงไทยผ่านการลงทะเบียนในลักษณะเช่นนี้มาหลายครั้ง]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/detail/id/459/iid/505614</link>
<guid isPermaLink="false">a98befc85522d8f752bea20e5d99968a</guid>
<pubDate>Fri, 22 May 2026 13:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;"><span style="color:#0000cd;"><strong>&lsquo;รมต.ภราดร&rsquo; มั่นใจ ลงทะเบียน &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; 25 พฤษภาคมนี้ ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะธนาคารกรุงไทยผ่านการลงทะเบียนในลักษณะเช่นนี้มาหลายครั้ง</strong></span></span><br />
<img alt="" src="https://region1.prd.go.th/cms/s51/u3683/Win_News/Goverment 69/22_05_2026_W02.jpg" style="width: 550px; height: 550px;" /><br />
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมลงทะเบียนโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; ผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ว่า ธนาคารกรุงไทย เคยผ่านการลงทะเบียนในลักษณะเช่นนี้มาหลายครั้ง ดังนั้น การลงทะเบียนในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ น่าจะราบรื่น โดยจะเปิดให้ลงทะเบียน วันที่ 25 - 29 พฤษภาคม พร้อมย้ำว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และคิดว่าจะครอบคลุมประชาชนที่ต้องการเข้ารับสิทธิ์อย่างครบถ้วน<br />
ส่วนการประชุมคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ครั้งที่ 1/2569 วันนี้ จะผลักดันเรื่องประวัติอาชญากรรมเป็นวาระเร่งด่วนหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลพยายามเดินหน้าปราบปรามเรื่องนี้อยู่ นายภราดร กล่าวว่า การประชุมในวันนี้อาจจะไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดเนื้อหาสาระ แต่รัฐบาลผลักดันอยู่ตลอด โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารนายกรัฐมนตรี เคยเน้นย้ำเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานต่าง ๆ ขณะนี้หลายหน่วยงานเริ่มดำเนินการแล้ว และนำข้อมูลให้ภาครัฐนำไปใช้ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการในกระบวนการ<br />
<a data-interactable="|click||keydown|" href="https://www.facebook.com/hashtag/prd1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99?__cft__[0]=AZZAhgn_fNtzwQk2uGsobNCidoabMo5bPZd7M4cmwhcOQZJdMLLfVxvDlY182T3Rbw1KeYeEaAXIByX_JghRuwG1Vi4p7DOt3q1qGRgI7qTod0OfNEY7jJXC6ZanGXCR8F0h7bu3uvyzfQKS_L7DETNWwn2IPPvG-xJ2lYUGlmfRYfRpN6JmCV5QflmvM6JAVX4&amp;__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#PRD1ขอนแก่น</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region1.prd.go.th/th/file/get/file/20260522f5d3f4b8db59c7897ffe61de1e6c585e132147.jpg' type='image/jpg' length='115813' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทยเร่งขับเคลื่อนการค้าเปิดกว้างและนวัตกรรม บนเวทีรัฐมนตรีการค้าเอเปค ยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่เวทีโลก]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/detail/id/459/iid/505270</link>
<guid isPermaLink="false">31587d008492fbaf3c413fd9e8296e83</guid>
<pubDate>Thu, 21 May 2026 15:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:28px;"><strong>ไทยเร่งขับเคลื่อนการค้าเปิดกว้างและนวัตกรรม บนเวทีรัฐมนตรีการค้าเอเปค ยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่เวทีโลก</strong></span></span><br />
<img alt="" src="https://region1.prd.go.th/cms/s51/u3683/Win_News/Goverment 69/21_05_2026_W15.jpg" style="width: 550px; height: 550px;" /><br />
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC Ministers Responsible for Trade: MRT) ประจำปี 2569 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคปีนี้ ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ภายใต้หัวข้อหลัก &quot;เสริมสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกเพื่อความรุ่งเรืองร่วมกัน&quot; หรือ &quot;Building an Asia-Pacific Community to Prosper Together&quot;<br />
นางศุภจี กล่าวว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน จะเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC MRT ซึ่งเป็นเวทีประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของกรอบเอเปค เพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ &quot;Openness&quot; การส่งเสริมระบบการค้าและเศรษฐกิจที่เปิดกว้าง โปร่งใส และสามารถคาดการณ์ได้ ทั้งในระดับภูมิภาคและพหุภาคี &quot;Innovation&quot; การสร้างกลไกความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ และ &quot;Cooperation&quot; การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างเขตเศรษฐกิจสมาชิก เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน<br />
โดยการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปคในปีนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้แสดงวิสัยทัศน์และแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าที่เปิดกว้าง ยั่งยืน และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ รวมถึงนำเสนอความมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้ยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ และสนับสนุนการไหลเวียนข้อมูลข้ามพรมแดนที่น่าเชื่อถือ<br />
นางศุภจี เปิดเผยว่า ในช่วงการประชุม APEC MRT จะมีการหารือแนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนากรอบกำกับดูแล AI ที่สามารถเชื่อมโยงและนำไปใช้ได้จริง ตลอดจนการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาและ MSMEs เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจในอนาคต นอกจากนี้ จะมีการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันของระหว่างรัฐมนตรีพาณิชย์ของเขตเศรษฐกิจเอเปคและภาคธุรกิจของจีน ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองกับนักธุรกิจจีนด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและพลังงานสีเขียวด้วย<br />
นางศุภจี เปิดเผยอีกว่า จะใช้โอกาสในช่วงการประชุม APEC MRT หารือทวิภาคีกับเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน และสิงคโปร์ เพื่อผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน พร้อมยืนยันบทบาทของไทยในการสนับสนุนระบบการค้าที่เปิดกว้างและความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยไทยมุ่งส่งเสริมการอำนวยความสะดวกทางการค้า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การค้าที่ยั่งยืน และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนภายใต้กรอบความร่วมมือเอเปค<br />
ทั้งนี้ เอเปคหรือกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยปี 2568 การค้าของไทยกับกลุ่มเศรษฐกิจเอเปคมีมูลค่า 494,646.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 72.24 ของการค้ารวมของไทย โดยไทยส่งออกไปยังเอเปคมูลค่า 237,581.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากเอเปคมูลค่า 257,064.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region1.prd.go.th/th/file/get/file/202605213cb3258f5861ab997c5bcd46d9ff6b2b152023.jpg' type='image/jpg' length='149004' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ อนุทิน นำประชุมขับเคลื่อนงานความมั่นคง ย้ำบูรณาการ 4 เสาหลัก สร้างความปลอดภัยให้ประชาชน]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/detail/id/459/iid/505263</link>
<guid isPermaLink="false">ca38789a8b2cb19739da46e1bc01ddb0</guid>
<pubDate>Thu, 21 May 2026 15:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:28px;"><strong>นายกฯ อนุทิน นำประชุมขับเคลื่อนงานความมั่นคง ย้ำบูรณาการ 4 เสาหลัก สร้างความปลอดภัยให้ประชาชน</strong></span></span></p>

<p><img alt="" src="https://region1.prd.go.th/cms/s51/u3683/Win_News/Goverment 69/21_05_2026_W14.jpg" style="width: 550px; height: 550px;" /></p>

<p>วันที่ (21 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล</p>

<p>นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หน่วยงานด้านการปกครอง ความมั่นคง และตำรวจ ได้ร่วมประชุม ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อย้ำว่านี่คือนโยบายสำคัญของรัฐบาล และการบูรณาการความร่วมมือต้องเริ่มจากศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดิน โดยนายกรัฐมนตรียินดีที่ทุกหน่วยงานร่วมจัด Workshop เพื่อขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง และเชื่อว่าหากเชื่อมโยงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะนำไปสู่ความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p>นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สถานการณ์ความมั่นคงปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว รัฐบาลจึงเร่งเสริมความมั่นคงให้ปลอดจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานความมั่นคง ถือเป็น &ldquo;4 เสาหลักความมั่นคง&rdquo; ที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ ทั้งด้านป้องกัน ปราบปราม และดูแลประชาชน</p>

<p>1. ด้านการป้องกัน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ทำงานในรูปแบบ &ldquo;ทีมจังหวัด&rdquo; ประสานข้อมูล วางแผนเชิงรุก ใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังภัย โดยเฉพาะยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผู้มีอิทธิพล พร้อมยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง เมืองท่องเที่ยว และเขตเศรษฐกิจสำคัญ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณ เครื่องมือ และทรัพยากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน</p>

<p>2. ด้านการปราบปราม ให้เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท เร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้บงการและเครือข่ายรายใหญ่ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ต้องตัดเส้นทางการเงินอย่างเด็ดขาด พร้อมย้ำหลัก &ldquo;ปิดชื่อถือพฤติกรรม&rdquo; ไม่มีการแทรกแซงการทำงาน และรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่</p>

<p>3. ด้านการช่วยเหลือประชาชน ให้กระทรวงมหาดไทยใช้กลไกศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานในพื้นที่ รับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงรุก</p>

<p>นายอนุทิน กล่าวแสดงความเชื่อมั่นต่อฝ่ายความมั่นคงของไทย ว่าหากทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างความสงบสุขและความปลอดภัยให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายใช้เวที Workshop วันนี้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำข้อสรุปกลับไปขับเคลื่อนงานในพื้นที่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน</p>

<p>&quot;ขอให้ท่านได้ใช้เวลาในวันนี้อย่างเต็มที่ เชื่อว่าเราจะได้แนวทางทางออกหลักปฏิบัติที่จะ &quot;บำบัดทุกข์บำรุงสุข&quot; และ &quot;พิทักษ์สันติราษฎร์&quot; ให้กับพี่น้องประชาชนร่วมกัน หวังว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ต้องทำงานรูปแบบใหม่ นั่งพูดคุยแลกเปลี่ยน รับรู้รับฟัง นำไปสู่ข้อสรุปร่วมกัน และกลับไปทำงานในพื้นที่ ซึ่งจะก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในการแสวงหาความร่วมมือในวันนี้&rdquo;</p>

<p>นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลมีความมั่นใจในศักยภาพของทุกหน่วยงาน ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมประชุม และเชื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น</p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/prd1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99?__cft__[0]=AZZTX2Dx0eUW54g23UmG37F0y3eAMdayE1_z-kRdR7_nkPwAI1J9vleFOb7w989J6p0bHl531Vq0Ow2B4BoPuhLsIs0pvY2DPGJrQflih-i4lrfbYuIrhab9miyhEoqF-6j_fUFuXL0wgwf_qH8Xf3K5&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#PRD1ขอนแก่น</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region1.prd.go.th/th/file/get/file/20260521fc359db008f3c1d7b379ea98b88b48b5151447.jpg' type='image/jpg' length='149593' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การท่องเที่ยวขอนแก่นสร้างประวัติศาสตร์! ได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2027 อย่างเป็นทางการ]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/detail/id/459/iid/505261</link>
<guid isPermaLink="false">b136cf509111605e419414843a931e04</guid>
<pubDate>Thu, 21 May 2026 15:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:28px;"><strong>การท่องเที่ยวขอนแก่นสร้างประวัติศาสตร์! ได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2027 อย่างเป็นทางการ</strong></span></span><br />
<img alt="" src="https://region1.prd.go.th/cms/s51/u3683/Win_News/Goverment 69/21_05_2026_W13.jpg" style="width: 550px; height: 550px;" /><br />
&ldquo;ขอนแก่นพร้อมแล้ว&rdquo; เปิดใจหลังได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพ TTM+ 2027 คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 4,000 ล้านบาท และเงินสะพัดในจังหวัดหลายร้อยล้านบาท<br />
ภายหลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีหนังสือแจ้งผลอย่างเป็นทางการให้ จังหวัดขอนแก่นได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2027 ซึ่งถือเป็นงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของประเทศ ดร.ณัฏฐิญา ตันทสุข นายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์จังหวัดขอนแก่น (KKTMA) เปิดเผยว่า นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของจังหวัดขอนแก่น และเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน<br />
&ldquo;นี่ไม่ใช่แค่การที่ขอนแก่นได้สิทธิ์จัดงาน แต่คือการที่ขอนแก่นได้รับความเชื่อมั่นจากประเทศ ว่าเรามีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งสถานที่ ระบบโลจิสติกส์ การเดินทาง และความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่จะร่วมกันเป็นเจ้าภาพงานระดับนานาชาติ&rdquo;<br />
ดร.ณัฏฐิญา กล่าวว่า การได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ TTM+ 2027 ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จเชิงภาพลักษณ์ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดขอนแก่นและภูมิภาคอีสานอย่างมีนัยสำคัญ<br />
&ldquo;จากสถิติของ ททท. งาน TTM+ 2024 จังหวัดพังงา สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 4,428.98 ล้านบาท ขณะที่ TTM+ 2025 จังหวัดเชียงใหม่ มีการประเมินเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 4,296 ล้านบาท ดังนั้น TTM+ 2027 ที่ขอนแก่น จึงเป็นงานที่คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับกว่า 4,000 ล้านบาทให้กับระบบท่องเที่ยวไทย&rdquo;<br />
นายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์จังหวัดขอนแก่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของ ผลประโยชน์ที่ขอนแก่นจะได้รับโดยตรง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรายได้จากช่วงจัดงาน 3-4 วัน แต่รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจในห่วงโซ่ทั้งหมด<br />
&ldquo;เม็ดเงินที่จะเข้าสู่จังหวัดโดยตรงจะเกิดจากการเข้าพักโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทางภายในพื้นที่ การใช้บริการโลจิสติกส์ การจ้างงาน การจัดกิจกรรม pre-tour และ post-tour รวมถึงการจับจ่ายของผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศ ซึ่งประเมินได้ว่า ขอนแก่นจะมีเงินสะพัดในจังหวัดระดับหลายร้อยล้านบาท และที่สำคัญกว่านั้นคือผลประโยชน์ทางธุรกิจที่จะต่อยอดในระยะยาว&rdquo;<br />
ดร.ณัฏฐิญา อธิบายว่า ข้อมูลจาก ททท. ระบุว่า TTM+ 2024 สามารถสร้าง ยอดเจรจาธุรกิจกว่า 14,792 นัดหมาย และแปลงเป็นโอกาสทางการขาย จนเกิดการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวกว่า 92,472 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่างานนี้ไม่ได้เป็นเพียง exhibition แต่เป็น เครื่องมือสร้างรายได้จริงให้ประเทศและเมืองเจ้าภาพ<br />
&ldquo;TTM+ ไม่ได้จบแค่วันที่งานเลิก แต่มันคือการเปิดตลาดให้ buyers และ media จากทั่วโลกได้เห็นขอนแก่น ได้รู้จักอีสาน และเกิดการขายจริงในอนาคต เพราะฉะนั้นมูลค่าที่แท้จริงของงานนี้ ไม่ใช่แค่เงินสะพัดในช่วงจัดงาน แต่คือรายได้ที่จะตามมาอีกหลายปี&rdquo;<br />
พร้อมกันนี้ ดร.ณัฏฐิญา ยอมรับว่า &ldquo;เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องผ่านทั้งการเตรียมข้อมูล การ pitching และการนำเสนออย่างเข้มข้น มีทั้งความกดดัน ความเหน็ดเหนื่อย และการทุ่มเทอย่างเต็มกำลัง แต่เราทุกคนเชื่อว่านี่คือโอกาสสำคัญของขอนแก่น วันนี้จึงต้องบอกว่า&hellip; ทุกความพยายามคุ้มค่าอย่างยิ่ง&rdquo;<br />
นายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์จังหวัดขอนแก่น กล่าวทิ้งท้ายว่า<br />
&ldquo;TTM+ 2027 จะไม่ใช่แค่การนำคนมาที่ขอนแก่น แต่จะนำโอกาส นำรายได้ และนำสายตาจากทั่วโลกมาสู่ขอนแก่นด้วย นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ที่เมืองจะได้แสดงศักยภาพบนเวทีโลกอย่างแท้จริง&rdquo;<br />
<a href="https://www.facebook.com/hashtag/prd1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99?__cft__[0]=AZZhatCdmt-RsGbdUwk3rreMZyKs3EzFPBn_WZDTEgfv4mO9Yzsvb4KnjfAUi6HJdW_oc6HFd5hBF_8BM6B_7Ky7Q9ziMhgXJBbKWRChG1mo3vE0aFqLutyKNnXV4bPw5J6vLVWWeYN4gwXM1_I3rhFEmw2UfLBcHfz0qg8abZ9yBu3pJPH70J9QC5qRPwt58XU&amp;__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#PRD1ขอนแก่น</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region1.prd.go.th/th/file/get/file/2026052106cb692c107bfd776eb5886573022424151312.jpg' type='image/jpg' length='204107' />
</item>
</channel>
</rss>
