<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บทความ]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/index/id/31</link>
<atom:link href="https://region1.prd.go.th/th/content/category/index/id/31" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ชักใบเรือล่องนาวาสู่เบื้องหน้า ถึงเวลาตีกลองพิชิตเพื่อชิงชัย]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/313011</link>
<guid isPermaLink="false">cb8f5fc0b25594beea59c726255b3ba5</guid>
<pubDate>Tue, 06 Aug 2024 10:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ชักใบเรือล่องนาวาสู่เบื้องหน้า ถึงเวลาตีกลองพิชิตเพื่อชิงชัย : บทความพิเศษจาก ฯพณฯ หลิว หงเหมย กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น เนื่องในโอกาสการปิดสมัยการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ณ กรุงปักกิ่ง</p>

<p>เหตุการณ์ซึ่งจับจ้องความสนใจของประชาชนภายในประเทศจีนและประชาชนทั่วโลก คือการปิดสมัยการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ที่ประชุมได้อภิปรายและรับรอง &quot;มติของคณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่าด้วยการปฏิรูปรอบด้านอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นและเดินหน้าการสร้างความทันสมัยแบบจีน&quot; ซึ่งทำให้คำถามมากมายที่ผู้ให้ความสนใจสงสัยได้รับคำตอบอย่างชัดเจน ประเทศจีนจะปฏิรูปโดยเน้นการสร้างความทันสมัยแบบจีนในการปฏิรูปรอบด้านให้พัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นเป็นหลัก คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาระบบสังคมนิยมอัตลักษณ์จีน ผลักดันระบบธรรมาภิบาลแห่งชาติและความสามารถในการปกครองให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ยึดเป้าหมายเพื่อการบรรลุเงื่อนไขพื้นฐานของสังคมนิยมทันสมัยใหม่ภายในปี พ.ศ.2578 โดยใช้มาตรการต่าง ๆ อาทิ การปรับปรุงระบบการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติและกลไกการประสานงานนโยบาย การปฏิรูปการลงทุนและระบบการจัดการทั้งการลงทุนจากต่างประเทศและการลงทุนนอกประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพกลไกการจัดหาบริการด้านวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม พัฒนาประชากรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีและระบบบริการประชาชนที่ก้าวหน้า ขยายการเปิดกว้างของระบบสถาบันอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงกลไกความมั่นคงแห่งชาติซึ่งเกี่ยวข้องกับการต่างประเทศ เหล่านี้เองคือมาตรการการปฏิรูปต่าง ๆ ซึ่งจะเพิ่มแรงผลักดันและความมีชีวิตชีวาให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศจีน และยังทำให้ประชาชนจีนได้รับความคาดหวังที่ประสบผลสำเร็จ ความสุข และความปลอดภัยซึ่งสมบูรณ์ มั่นคง และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น นี่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังประชาคมภายในและภายนอกประเทศว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะชูธงแห่งการปฏิรูปและเปิดประเทศอย่างแน่วแน่ต่อไป</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มองทั่วโลก &nbsp;ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบศตวรรษกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปฏิวัติทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว การปรับสมดุลของพลังระหว่างประเทศเกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง และความวุ่นวายและการเปลี่ยนแปลงของโลกแสดงให้เห็นถึงลักษณะใหม่ ๆ สังคมมนุษย์กำลังยืนอยู่ที่จุดตัดของประวัติศาสตร์อีกครั้ง มองในระยะกลางและระยะยาว การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงและเข้าสู่เส้นทางการเติบโตระดับกลางและต่ำ ซึ่งในระยะสั้นยากที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก การเผชิญกับสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อน เผชิญกับความขัดแย้งและความท้าทายบนเส้นทางในภายภาคหน้า พรรคคอมมิวนิสต์จีนยึดมั่นในการปฏิรูปอย่างลึกซึ้งและขยายการเปิดกว้างในระดับสูง เพื่อเสริมสร้างพลังบวกให้กับการพัฒนาทั่วโลก การสร้างชะตากรรมร่วมกันของมนุษยชาติได้ขยายจากการริเริ่มของจีนกลายเป็นฉันทามติระหว่างประเทศ จากวิสัยทัศน์ที่สวยงามสู่การปฏิบัติที่หลากหลาย จากความร่วมมือทวิภาคีสู่พหุภาคี จากระดับภูมิภาคสู่ระดับโลก จากการพัฒนาสู่ความมั่นคง จากความร่วมมือสู่การบริหารจัดการ ได้กลายเป็นธงนำทางในยุคสมัย ซึ่งช่วยขับเคลื่อนโลกไปสู่อนาคตที่สว่างไสวของสันติภาพ ความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง และความก้าวหน้า ประตูเปิดของจีนจะไม่ปิด แต่จะเปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ<br />
&nbsp; &nbsp;มองประเทศจีน &nbsp;ชัยชนะอย่างเต็มที่ของการต่อสู้กับความยากจนและการสร้างสังคมที่มั่งคั่งอย่างทั่วถึงในจีน ได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนทั่วประเทศ แผนภาพอันยิ่งใหญ่ในการสร้างประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยในทุกด้าน ได้ปลุกกระตุ้นจิตใจของชาวจีนให้ต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนอยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา จีนได้มีส่วนร่วมต่อเศรษฐกิจโลกถึงหนึ่งในสาม กลายเป็นเครื่องยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก &nbsp;ในปีพ.ศ. 2566 มูลค่าการค้าสินค้าระหว่างจีนและประเทศที่เข้าร่วมในการสร้าง &ldquo;หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง&rdquo; ถึง 19.5 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 2.8% คิดเป็นสัดส่วน 46.6% ของมูลค่าการนำเข้าและส่งออกทั้งหมด ซึ่งทั้งขนาดและสัดส่วนต่างก็เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่การริเริ่ม &quot;หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง&quot; จีนได้รวมพลังกับทุกฝ่ายในการผลักดันการสร้างชะตากรรมร่วมกันของมนุษยชาติให้ลึกซึ้งและเป็นจริง การสร้าง &ldquo;หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง&rdquo; ที่มีคุณภาพสูงได้ดึงดูดกว่า 150 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศกว่า 30 แห่งเข้าร่วมอย่างกระตือรือร้น การริเริ่มพัฒนาทั่วโลก การริเริ่มความมั่นคงทั่วโลก และการริเริ่มอารยธรรมทั่วโลกได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากประชาคมระหว่างประเทศ<br />
มองประเทศจีนและประเทศไทย &nbsp;จีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดีที่เชื่อมโยงกันด้วยภูเขาและแม่น้ำ เป็นญาติที่ดีที่เชื่อมต่อกันทางสายเลือด และเป็นหุ้นส่วนที่ดีสำหรับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน &nbsp;&ldquo;จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน&rdquo; ไม่เพียงแต่เป็นคำอธิบายที่ขยายความหมายของความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างทั้งสองประเทศอีกด้วย &nbsp;จีนเป็นแหล่งการลงทุนหลักของไทย ในปีพ.ศ. 2566 การลงทุนของจีนในประเทศไทยมีมูลค่าเกินกว่า 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยล่ะ 25 ของการลงทุนจากต่างชาติทั้งหมดในไทย การลงทุนของจีนได้นำมาซึ่งการผลิตขั้นสูง เพิ่มการจ้างงาน เพิ่มรายได้จากภาษีและเพิ่มการส่งออกในประเทศไทย มีการปลูกฝังผู้มีความสามารถที่มีทักษะจำนวนมาก &nbsp;ดำเนินงานด้านการกุศลด้วยความสมัครใจ เพื่อมีส่วนในการพัฒนาประเทศไทย และยกระดับชีวิตสร้างความผาสุกให้แก่คนไทย นอกจากนี้ จีนยังเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขนาดใหญ่ที่สุดของไทยอีกด้วย นับตั้งแต่ต้นปี มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาเยือนประเทศไทยกว่า 3.7 ล้านคน โดยเฉพาะในเดือนมีนาคม จีนและไทยเข้าสู่ &ldquo;ยุคฟรีวีซ่า&rdquo; ไทยคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนราว 8 ล้านคน เดินทางมาท่องเที่ยวในไทย และจะสร้างรายได้ราว 3.2 แสนล้านบาท &nbsp;จีนและไทยมีรากฐานทางประวัติศาสตร์และการปฏิบัติที่ลึกซึ้ง เมื่อมองไปในอนาคต การสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-ไทยจะต้องเผชิญกับโอกาสที่กว้างขึ้น<br />
&nbsp;เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีนับตั้งแต่ดิฉันเข้ารับตำแหน่งกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น &nbsp;ดิฉันมักจะสัมผัสได้ถึงเจตจำนงอันแข็งแกร่งของผู้คนจากทุกสาขาอาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยที่จะร่วมกันพัฒนาความร่วมมือฉันมิตรระหว่างจีน-ไทย &nbsp;ในปีหน้าจะเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย &nbsp; ดังนั้น ความสัมพันธ์จีน-ไทยจึงยืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้นใหม่ทางประวัติศาสตร์ &nbsp;และความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ระหว่างทั้งสองฝ่ายจะนำมาซึ่งโอกาสและการพัฒนาที่มากขึ้น สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐจีน ณ จังหวัดขอนแก่น ยินดีทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศจีนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยต่อไป &nbsp;กระชับความร่วมมือเชิงปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ระหว่างทั้งสองประเทศและระดับท้องถิ่นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น &nbsp;ทำงานร่วมกับทุกสาขาอาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเพื่อส่งเสริมการดำเนินการตามแนวคิดการพัฒนาการเชื่อมต่อจีน-ลาว-ไทย &nbsp;และร่วมกันสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-ไทย เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน &nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>奋楫扬帆向前进 &nbsp;击鼓催征正当时<br />
&mdash;&mdash;中华人民共和国驻孔敬总领事刘红梅署名文章</p>

<p>在举国关注和世界瞩目中，中国共产党第二十届中央委员会第三次全体会议在北京胜利闭幕。全会审议通过《中共中央关于进一步全面深化改革、推进中国式现代化的决定》，让人们关心的许多问题有了明确答案，中国将围绕中国式现代化进一步全面深化改革。以习近平主席为核心的党中央完善和发展中国特色社会主义制度、推进国家治理体系和治理能力现代化，锚定二〇三五年基本实现社会主义现代化目标，从完善国家战略规划体系和政策统筹协调机制，到深化外商投资和对外投资管理体制改革，从优化文化服务和文化产品供给机制，到健全人口发展支持和服务体系，从稳步扩大制度型开放，到完善涉外国家安全机制，一系列改革举措将为中国经济社会发展增添动力、活力，也让中国人民的获得感、幸福感、安全感更加充实、更有保障、更可持续，向国内国际释放了中国共产党坚定不移高举改革开放旗帜的强烈信号。<br />
瞰全球。当前，世界百年未有之大变局加速演进，新一轮科技革命和产业变革迅猛发展，国际力量对比深刻调整，世界动荡变革呈现新的特点，人类社会又一次站在历史的十字路口。从中长期看，全球经济增速下行并步入中低速增长轨道，短期内难以有较大改变。面对纷繁复杂的国际形势，面对前进道路上的矛盾和挑战，中国共产党坚定不移深化改革、扩大高水平开放，为全球发展注入正能量。构建人类命运共同体已经从中国倡议扩大为国际共识，从美好愿景转化为丰富实践，从双边到多边、从区域到全球、从发展到安全、从合作到治理，日益成为引领时代前进的光辉旗帜，有力推动世界走向和平、安全、繁荣、进步的光明前景。中国开放的大门不会关闭，只会越开越大。<br />
看中国。中国脱贫攻坚战的全面胜利和小康社会的全面建成，极大地鼓舞了全国人民的士气。全面建成社会主义现代化强国的宏伟蓝图，激发了中国人民以奋斗赢得美好生活的斗志。中国经济增速居世界主要经济体前列，近10多年来对世界经济贡献达三分之一，成为全球经济增长的最大引擎。2023年，中国与&ldquo;一带一路&rdquo;共建国家货物贸易额达到19.5万亿元，增长2.8%，占进出口总额的比重达到46.6%，规模和占比均为&ldquo;一带一路&rdquo;倡议提出以来的最高水平。中国团结各方推动构建人类命运共同体走深走实，高质量共建&ldquo;一带一路&rdquo;已吸引150多个国家和30多个国际组织积极参与，全球发展倡议、全球安全倡议、全球文明倡议获得国际社会热烈响应。<br />
观中泰。中泰是山水相连的好邻居，血脉相融的好亲戚，互利合作的好伙伴。&ldquo;中泰一家亲&rdquo;不仅是两国友好关系的形容词，更是两国血脉相融的客观表述。中国是泰国最主要的外资来源国，2023年中国对泰投资超过46亿美元，占泰国吸收外资总量的25%。中资带来先进生产力，增加泰国就业、税收与出口，培养大量技能人才，热心开展社会公益，为泰国发展作出贡献，为泰国人民增进福祉。中国也是泰国最主要外国游客来源国，今年以来赴泰中国游客已超过370万人，特别是3月中泰迈入&ldquo;免签时代&rdquo;，泰方预计全年赴泰中国游客可达800万人，带来消费收入3200亿泰铢。中泰两国有着深厚的历史和现实根基，面向未来，中泰命运共同体建设面临更加广阔的机遇。<br />
在我就任中国驻孔敬总领事近一年的时间里，时常感受到泰东北各界发展中泰友好合作的强烈意愿。明年是中泰建交50周年，中泰关系站在新的历史起点上，双方各领域合作将迎来更大的机遇和发展空间。中国驻孔敬总领馆愿继续做好中国与泰东北交流交往的桥梁和纽带，深化两国和地方各领域务实合作，与泰东北各界一道推进中老泰联通发展构想落地落实，共同构建更加稳定、更加繁荣、更可持续的中泰命运共同体。</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region1.prd.go.th/th/file/get/file/202408063701ed58fd759827198818497a32f8a1100554.png' type='image/png' length='582859' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ "แล่นใบเรือในสายลมแห่งวัตสันตฤดู บันทึกบทใหม่ด้วยจิตวิญญาณแห่งการรังสรรค์" บทความลงนามโดย ฯพณฯ หลิว หงเหมย กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/276955</link>
<guid isPermaLink="false">0f3414126c5e1bd425263c3bbf73bbee</guid>
<pubDate>Sat, 06 Apr 2024 09:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-size:20px;">แล่นใบเรือในสายลมแห่งวสันตฤดู &nbsp;บันทึกบทใหม่ด้วยจิตวิญญาณแห่งการรังสรรค์ </span><span style="font-size:20px;"><br />
บทความลงนามโดย ฯพณฯ หลิว หงเหมย กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น</span></p>

<p style="text-align: center;">&nbsp; &nbsp;เมื่อวันที่ 8 มีนาคม สำนักข่าว Thailand Headlinews ได้ออกข่าว &quot;ทั่วโลกจับตามอง &#39;การประชุมสองสภา&#39; ของจีน&quot; &nbsp;โดยดึงความสนใจของผู้อ่านไปทางทิศตะวันออก &nbsp;การประชุมครั้งที่ 2 ของสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนชุดที่ 14 และการประชุมครั้งที่ 2 ของสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีนชุดที่ 14 ได้เสร็จสิ้นลงด้วยความเรียบร้อย ณ กรุงปักกิ่ง &nbsp;คณะสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติและสมาชิกสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีนเกือบ 5,000 คน รวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับกิจการระดับชาติ แสวงหาการพัฒนาและภาพพิมพ์เขียวที่สดใสร่วมกัน &nbsp;ดินแดนของจีนกำลังพลุ่งพล่านพร้อมกับกระแสในการส่งเสริมความทันสมัยแบบจีน การประชุมสองสภาประจำปีไม่เพียงแต่เป็นวาระทางการเมืองที่สำคัญในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นหน้าต่างสำคัญให้โลกเข้าใจจีนมากขึ้นอีกด้วย<br />
<br />
&nbsp; &nbsp;เศรษฐกิจจีนดีขึ้นทั้งด้าน&quot;คุณภาพ&quot;และ&quot;ปริมาณ&quot; &nbsp;ในปี 2023 ท่ามกลางการภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาและสภาพแวดล้อมภายนอกที่ซับซ้อนมากขึ้น หากแต่ &quot;ผลสัมฤทธิ์&quot; ทางเศรษฐกิจของจีน สามารถกล่าวได้ว่าเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพและมีทิศทางการฟื้นตัวที่ดี &nbsp;โดยมูลค่า GDP ได้ทะลุ 126 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 5.2% ซึ่งติดอันดับแนวหน้าในกลุ่มเศรษฐกิจหลักของโลก &nbsp;มีการสร้างงานใหม่ในเขตเมือง 12.44 ล้านตำแหน่ง รายได้ต่อหัวของผู้อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 6.1% และรายได้ของผู้อยู่อาศัยในชนบทเขตพื้นที่ที่หลุดพ้นความยากจนเพิ่มขึ้น 8.4% &nbsp;10 กว่าปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของจีนมีส่วนช่วยหนึ่งในสามของเศรษฐกิจโลก และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก อุตสาหกรรมการผลิตแบบใหม่ของจีนกำลังเฟื่องฟู การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจสีเขียวได้รับผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง และความคาดหวังทางสังคมก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนทรัพยากรมนุษย์ทั้งหมด ทรัพยากรมนุษย์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และจำนวนบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาทั้งหมดล้วนอยู่ในอันดับหนึ่งของโลก &nbsp;มีจำนวนบริษัทเทคโนโลยีใหม่ระดับสูงประมาณ 4 แสนแห่ง และจำนวนบริษัทยูนิคอร์นอยู่ในอันดับที่สองของโลก การประชุมสองสภาในปีนี้กำหนดเป้าหมายหลักสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนในปี 2567 คาดว่า GDP จะเติบโตประมาณ 5% &nbsp;อัตราการว่างงานที่สำรวจในเมืองจะอยู่ที่ประมาณ 5.5% และราคาผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3% ซึ่งแสดงให้เห็นความมั่นใจ ลัทธิปฏิบัตินิยม และจิตวิญญาณแห่งการกล้าได้กล้าเสียของจีนอย่างเต็มที่ รากฐานที่มั่นคงของเศรษฐกิจจีนจะทำให้ความคาดหวังของเศรษฐกิจโลกมีเสถียรภาพและเพิ่มความเชื่อมั่นของตลาดโลกอย่างแน่นอน</p>

<p style="text-align: center;">การพัฒนาของประเทศจีนกำลังมุ่งสู่ &quot;สิ่งใหม่&quot; &nbsp;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เล็งเห็นถึงการพัฒนาเศรษฐกิจจีนที่มีคุณภาพสูง การประชุมสองสภาในปีนี้ ได้มีการเน้นย้ำถึงแนวคิดหลักสำคัญ นั่นคือกำลังผลิตคุณภาพใหม่(New quality productive forces) ปัจจุบันประเทศจีนกำลังเร่งสร้างรูปแบบเพื่อประกอบเป็นการพัฒนาใหม่ เร่งการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ รูปแบบโมเดลใหม่ แรงผลักดันใหม่ และผลักดันให้เกิดกำลังผลิตคุณภาพใหม่ &nbsp;ซึ่งกำลังการผลิตคุณภาพใหม่เป็นกลไกขับเคลื่อนรูปแบบใหม่ของประเทศจีนในการพัฒนาเศรษฐกิจช่วงระยะใหม่ โดยแกนหลักสำคัญในแนวคิดดังกล่าวคือ ได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยีใหม่ คือ เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาโครงข่ายออนไลน์ &nbsp;โดยมีข้อมูลบิ๊กดาต้าเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญ มีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเป็นพลังขับเคลื่อนหลัก และมีลักษณะพิเศษคือการเสริมสร้างการใช้เทคโนโลยีใหม่ระดับสูง &nbsp;ด้วยแรงผลักดันดังกล่าว เศรษฐกิจดิจิทัลของจีนจึงได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว &nbsp;ด้านการพัฒนาอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ก็มีความก้าวหน้าอย่างมาก อาทิ เครื่องยนต์การบิน กังหันก๊าซ และหน่วยพลังงานนิวเคลียร์รุ่นที่สี่ ฯลฯ &nbsp;ด้านนวัตกรรมในสาขาต่าง ๆ ที่ล้ำสมัยก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีควอนตัม ฯลฯ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเกิดใหม่ก็กำลังเร่งตัวขึ้น อาทิ การประมวลผลแบบคลาวด์ ข้อมูลบิ๊กดาต้า เทคโนโลยีบล็อกเชน ฯลฯ &nbsp;ในส่วนของเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์และการสารสนเทศเชิงควอนตัมนั้นก็ล้ำหน้าไปไกลมาก &quot;การส่งเสริมการก่อสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่อย่างจริงจัง และการเร่งการพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่&quot; &nbsp;ได้รับการจัดเป็นอันดับแรกในภารกิจหลักสิบประการแรกของรัฐบาลจีนที่ต้องดำเนินการในปีนี้ เมื่อมองไปยังอนาคต การพัฒนาของประเทศจีนซึ่งมีความยืดหยุ่นและมีศักยภาพสูง เปี่ยมด้วยพลวัต มีแรงผลักดันที่ส่งเสริมการพัฒนาจากภายในอยู่สม่ำเสมอ ประเทศจีนจะเป็นผู้นำกระแสนวัตกรรมทางเทคโนโลยีระดับโลกพร้อมทั้งปรับปรุงขีดความสามารถในการแข่งขันทางอุตสาหกรรมของตน เติมเต็มพลังอันแข็งแกร่งให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจโลกต่อไป</p>

<p style="text-align: center;">&ldquo;โชคชะตาอันเปี่ยมด้วยความรุ่งโรจน์ร่วมกัน&rdquo; ของการทูตจีน &nbsp; นายหวัง อี้ สมาชิกคณะกรรมการกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงในงานแถลงข่าวการประชุมสองสภาไว้ว่า &nbsp;เมื่อเผชิญหน้ากับสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่เต็มไปด้วยความปั่นป่วน ประเทศจีนขอยืนหยัดที่จะเป็นพลังแห่งสันติภาพ พลังแห่งความมั่นคง และพลังแห่งความก้าวหน้าของโลก พรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่เพียงแต่มุ่งแสวงหาความสุขซึ่งมอบให้แก่ชาวจีน เพื่อบรรลุเป้าหมายในการฟื้นฟูชนชาติจีนเท่านั้น หากแต่ยังคงแสวงหาความก้าวหน้าสำหรับมวลมนุษยชาติ เพื่อความสามัคคีอันยิ่งใหญ่สำหรับโลก โดยประเทศจีนได้เสนอโครงการริเริ่มและข้อเสนอสำคัญ ๆ หลายโครงการ เพื่ออุทิศภูมิปัญญาแบบจีนให้แก่ระบบธรรมาภิบาลระดับโลก รวมทั้งเสนอหลักการสาธารณะที่เอื้อต่อสันติภาพและการพัฒนาของโลก อาทิ &quot;สามข้อริเริ่มว่าด้วยการพัฒนา&quot; คือข้อริเริ่มว่าด้วยการพัฒนาระดับโลก &nbsp;ข้อริเริ่มว่าด้วยความมั่นคงระดับโลกและข้อริเริ่มว่าด้วยอารยธรรมระดับโลก &quot;การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ&quot; &quot;การร่วมสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพสูงของโครงการ &#39;หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง&#39; &quot; เป็นต้น ประเทศจีนเป็นตัวประสานให้เกิดความสำเร็จในการยุติความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ระหว่างประเทศซาอุดีอาระเบียบและประเทศอิหร่าน เป็นผู้ประสานในการส่งเสริมข้อตกลงหยุดยิงทางภาคเหนือของประเทศเมียนมาร์ นำเสนอแบบแผนของจีนเพื่อหาข้อยุติและแก้ไขปัญหาที่มีความเร่งด่วนระดับภูมิภาคและปัญหาในระดับโลกอย่างแข็งขัน ประเทศจีนสนับสนุนโลกหลายขั้วที่เท่าเทียมและเป็นระเบียบ &nbsp;รวมถึงโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมและทั่วถึง ปฏิบัติตามหลักพหุภาคีที่แท้จริง และส่งเสริมผลักดันในการทำพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ประเทศจีนส่งเสริมความเคารพซึ่งกันและการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างอารยธรรมที่แตกต่างกัน ยึดมั่นหนทางที่ถูกต้องของมนุษยชาติที่มีความสามัคคีและความร่วมมือ การพัฒนาสมัยใหม่ของประเทศจีนจะมอบโอกาสใหม่ให้แก่โลกอย่างต่อเนื่อง ประเทศจีนจะยังคงมุ่งเน้นในการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ เพื่อบูรณาการการพัฒนาของประเทศจีนกับการพัฒนาของโลก &nbsp;ร่วมกันสร้างฉันทามติและเผยแพร่ระหว่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ณ ปัจจุบัน ผลักดันประเทศต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันเพื่อเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ และบรรลุความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน</p>

<p style="text-align: center;">ประเทศจีนและประเทศไทยเป็นดุจดั่งเพื่อนบ้านที่รักใคร่ปรองดองกัน มีทุกข์ร่วมทุกข์ มีสุขร่วมสุข ฝ่าฟันวิกฤติและความทุกข์ยากไปด้วยกัน นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเป็นต้นมา ทั้งสองประเทศยังคงส่งเสริมและผลักดันการแลกเปลี่ยนฉันมิตร นำไปสู่ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและการกระชับความร่วมมือให้มีความลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 75 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน และเป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนในปีหน้าจะเป็นวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย ดังนั้น ความสัมพันธ์จีน-ไทยจึงยืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้นใหม่ทางประวัติศาสตร์ &nbsp;เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ข้อตกลงยกเว้นวีซ่าจีน-ไทยมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ทั้งสองประเทศเข้าสู่ &quot;ยุคฟรีวีซ่า&quot; เป็นที่เรียบร้อย ความมุ่งมั่นต่อการทำงานร่วมกันจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น รากฐานของมิตรภาพที่ยั่งยืนจะมั่นคงยิ่งขึ้น และโอกาสด้านความร่วมมือแบบรอบด้านก็จะกว้างขวางมากขึ้น &nbsp;ด้วยความมุ่งมั่นของเราที่จะร่วมกันเพื่อแสดงเจตจำนงอันแน่วแน่ ส่งเสริมสร้างรากฐานมิตรภาพจากรุ่นสู่รุ่นให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสในความร่วมมือรอบด้านที่สดใส &nbsp;สำหรับสถานกงสุลใหญ่สาธารณประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น จะยังคงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนและการไปมาหาสู่กันระหว่างประเทศจีนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มุ่งปฏิบัติตามฉันทามติสำคัญที่ได้รับจากผู้นำของทั้งสองประเทศ ทำงานร่วมกับผู้คนจากทุกสาขาอาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการดำเนินการตามแนวคิดการพัฒนาเชื่อมต่อระหว่างประเทศจีน-ลาว-ไทย มีส่วนร่วมใหม่ ๆ ในการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันจีน-ไทย และเพิ่มพูนความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้านระหว่างจีน-ไทยอย่างลึกซึ้ง</p>

<p style="text-align: center;">春风和畅征帆满 &nbsp;意气风发谱新篇<br />
&mdash;&mdash;中华人民共和国驻孔敬总领事刘红梅署名文章</p>

<p style="text-align: center;">3月8日，泰国头条新闻社发布《中国&ldquo;两会期间&rdquo;世界目光再次聚焦》消息，将读者的视线引向东方。中华人民共和国第十四届全国人民代表大会第二次会议和中国人民政治协商会议第十四届全国委员会第二次会议在北京顺利召开，近 5000 名全国人大代表和政协委员济济一堂，共商国是、共谋发展、共绘美好蓝图，神州大地涌动着推进中国式现代化的澎湃春潮。一年一度的两会不仅是中国国内一项重要政治议程，也日益成为世界读懂中国的重要窗口。</p>

<p style="text-align: center;"><strong>中国经济&ldquo;质&rdquo;优&ldquo;量&rdquo;升。</strong>2023 年，在世界经济复苏乏力、外部环境日益复杂背景下，中国经济&ldquo;成绩单&rdquo;可谓成色十足。中国国内生产总值超过 126 万亿元，同比增长 5.2%，增速居世界主要经济体前列。城镇新增就业 1244 万人，居民人均可支配收入增长 6.1%，脱贫地区农村居民收入增长&nbsp;8.4%。10 多年来，中国经济对世界经济贡献达三分之一，成为全球经济增长的最大引擎。中国新兴产业蓬勃发展，绿色转型成果斐然，社会预期稳步改善。人才资源总量、科技人力资源、研发人员总量均居全球首位。高新技术企业数约 40 万家，独角兽企业数量居世界第二。今年两会确定了 2024 年中国经济发展的主要目标，预期国内生产总值增长 5% 左右，城镇调查失业率&nbsp;5.5%&nbsp; 左右，居民消费价格涨幅 3% 左右，充分展现了中国自信务实、勇于进取的胸襟与决心，中国经济坚实底盘必将稳定世界经济预期、提振全球市场信心。</p>

<p style="text-align: center;"><strong>中国发展向&ldquo;新&rdquo;而行。</strong>习近平主席着眼于中国经济高质量发展，在今年两会期间突出强调了一个关键概念&mdash;新质生产力。当前，中国正加快构建新发展格局，新产业、新模式、新动能加快壮大，新质生产力加速形成。新质生产力是中国在新发展阶段打造经济发展的新引擎，其核心就是以数字化、网络化、智能化新技术为支撑，以数据为关键生产要素，以科技创新为核心驱动力，以深化高新技术应用为主要特征。在此驱动下，中国数字经济加快发展，航空发动机、燃气轮机、第四代核电机组等高端装备研制取得长足进展，人工智能、量子技术等前沿领域创新成果不断涌现。云计算、大数据、区块链等新兴技术加快应用，人工智能、量子通讯等技术遥遥领先。&ldquo;大力推进现代化产业体系建设，加快发展新质生产力&rdquo;被列为今年中国政府工作十大任务之首，展望未来，中国发展韧性强、潜力大、活力足，发展内生动力不断积聚，将在提升自身产业竞争力的同时引领全球科技创新潮流，为世界经济发展注入强劲动能。</p>

<p style="text-align: center;"><strong>中国外交&ldquo;命运共荣&rdquo;。</strong>中共中央政治局委员、外交部长王毅在两会记者会上指出，面对变乱交织的国际环境，中国将坚定做这个世界的和平力量、稳定力量、进步力量。中国共产党不仅为中国人民谋幸福、为中华民族谋复兴，也为人类谋进步、为世界谋大同。中国提出&ldquo;三大倡议&rdquo;、&ldquo;构建人类命运共同体&rdquo;、&ldquo;高质量共建&lsquo;一带一路&rsquo;&rdquo;等一系列重大倡议和主张，为全球治理贡献中国智慧，提供有利于世界和平与发展的公共产品。中国促成沙特伊朗历史性和解，促进缅北达成停火协议，积极为解决地区热点和全球性问题提供中国方案。中国倡导平等有序的世界多极化和普惠包容的经济全球化，践行真正的多边主义，推进国际关系民主化。中国促进不同文明互尊互鉴，坚定走团结合作的人间正道，不断以中国新发展为世界提供新机遇。中国将继续以构建人类命运共同体为主线，把中国发展和世界发展结合起来，针对当今世界面临的一系列重大问题，凝聚起更广泛国际共识，推动各国携手应对挑战、实现共同繁荣。</p>

<p style="text-align: center;">中泰是休戚与共、风雨同舟的友好邻邦。建交以来，两国不断加强交往、巩固友谊、深化合作。今年是中华人民共和国成立 75 周年，也是泰国哇集拉隆功国王六循寿辰，明年将迎来中泰建交 50 周年，中泰关系站在新的历史起点。今年 3 月 1 日，《中泰互免签证协定》正式生效，两国迈入&ldquo;免签时代&rdquo;，携手同行的决心更加坚定，世代友好的基础更加牢固，全方位合作的前景更加广阔。中国驻孔敬总领馆将继续做好中国与泰东北交流交往的桥梁和纽带，认真落实两国领导人重要共识，与泰东北各界共同推进中老泰联通发展构想落地落实，为构建中泰命运共同体和深化中泰全面战略合作伙伴关系作出新的贡献。</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region1.prd.go.th/th/file/get/file/202404068d5cb2128f56ebf911a97c5cb53a0759104028.jpg' type='image/jpg' length='62586' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โครงสร้างองค์กร]]></title>
<link>https://region1.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/156440</link>
<guid isPermaLink="false">815630931bfe37d2fa3c1e50c125b83b</guid>
<pubDate>Mon, 06 Feb 2023 12:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่&nbsp; 1</strong><strong>&nbsp;</strong>มีภารกิจหน้าที่รับผิดชอบในฐานะหน่วยงานประชาสัมพันธ์ส่วนกลาง ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคของกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อกระจายโอกาสการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร สาระความรู้ควาบันเทิงเพื่อการแลกเปลี่ยนและพัฒนาองค์ความรู้กับพี่น้องประชาชน องค์กรภาครัฐ เอกชน รวมทั้งสถาบันต่างๆในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 11 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี กาฬสินธุ์ หนองคาย ชัยภูมิ เลย สกลนคร มหาสารคาม หนองบัวลำภู บึงกาฬ</p>

<p><strong>งานส่วนกลาง</strong><strong>&nbsp;</strong>ประกอบด้วยฝ่ายบริหารงานทั่วไป ส่วนแผนงานและพัฒนางานประชาสัมพันธ์ ส่วนข่าวและรายการภูมิภาค และ ส่วนเทคนิค มีที่ทำการตั้งอยู่ภายใน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1ขอนแก่น ทั้งนี้ แต่ละส่วนงาน มีหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้</p>

<p><strong>1. </strong><strong>ฝ่ายบริหารงานทั่วไป</strong><strong>&nbsp;</strong>มีหน้าที่ปฏิบัติงานสารบรรณ และ ธุรการทั่วไป ดำเนินการเกี่ยวกับด้านบุคคล ของสำนักฯ จัดการประชุม และ จัดทำเอกสารการประชุมผู้บริหารของสำนัก ฯ ควบคุมดูแล บริหารงานทะเบียนวิทยุและโทรทัศน์ ประสานงานกับหน่วยงานในส่วนกลาง สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ รวมทั้งหน่วยงานภายนอกและภูมิภาค ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน การคลัง การพัสดุ และ งบประมาณของสำนัก ฯ รวมทั้ง ดูแลรักษาความปลอดภัยอาคารสถานที่ และบำรุงรักษาสาธารณูปโภค ตลอดจนยานพาหนะ และครุภัณฑ์ของสำนักฯ</p>

<p><strong>2. </strong><strong>ส่วนยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์เชิงพื้นที่</strong><strong>&nbsp;</strong>มีหน้าที่ วางแผนการดำเนินงานประชาสัมพันธ์แก่ สื่อวิทยุ - โทรทัศน์ ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำแผนงาน / โครงการ และ ประสานงานกับ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด ควบคุม ประสานแผนกับหน่วยงานทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และประเมินผลการปฏิบัติงานประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง เป็นแหล่งรวบรวมและให้บริการข้อมูลทางวิชาการ การประชาสัมพันธ์ รับผิดชอบในการฝึกอบรมแก่บุคลากรของรัฐ ผู้นำชุมชน กลุ่มองค์กร ในด้านการประชาสัมพันธ์ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ เคลื่อนที่ในเขตความรับผิดชอบ ประสานงานกับสื่อมวลชนในพื้นที่ และ ให้คำปรึกษาหารือ ด้านวิชาการประชาสัมพันธ์ กับหน่วยงาน</p>

<p><strong>3. ส่วนส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เชิงพื้นที่&nbsp;</strong>มีหน้าที่ เป็นหน่วยงานกลางทางวิชาการด้านข่าว และรายการ ของสำนัก ฯ ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยการใช้สื่อวิทยุ - โทรทัศน์ เพื่อการประชาสัมพันธ์ข่าว และรายการ เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล สถิติ ด้านข่าว และรายการวิทยุ-โทรทัศน์ ประจำเขต ประสานแผนและโครงการด้านข่าวและรายการ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาบุคลากรด้านข่าวและรายการ ให้คำปรึกษาวิชาการข่าว และรายการวิทยุโทรทัศน์ประจำเขต รวมทั้งศึกษา ตรวจสอบกระแสประชามติของประชาชน เพื่อการประชาสัมพันธ์ข่าวและรายการ</p>

<p><strong>4. </strong><strong>ส่วนปฎิบัติการสื่อสาร&nbsp;</strong>มีหน้าที่ ศึกษาวิเคราะห์ ตรวจสอบ และวางแผนพัฒนาเทคนิคสื่อวิทยุ - โทรทัศน์ เป็นศูนย์กลางการบริหารพัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือวิทยุ - โทรทัศน์ประจำเขต เป็นแหล่งวิชาการ และให้คำปรึกษาด้านเทคนิค วิทยุ - โทรทัศน์ กำกับดูแล และพัฒนาสื่อสารสนเทศ เพื่อการประชาสัมพันธ์ กำกับดูแล ตรวจสอบ ประเมินผล การปฏิบัติงานด้านเทคนิควิทยุ-โทรทัศน์ รวมทั้งศึกษาค้นคว้า และพัฒนานำเทคโนโลยีสื่อวิทยุ - โทรทัศน์ที่ทันสมัยมาใช้งาน</p>

<p><strong>5. </strong><strong>กลุ่มปฏิบัติการสื่อดิจิทัล</strong><strong>&nbsp;</strong>มีหน้าที่<br />
1. บริหารจัดการ งานระบบโครงสร้างสารสนเทศของสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ให้ดำเนินไปตามนโยบายของกรมประชาสัมพันธ์ และสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1<br />
2. ศึกษาวิจัย วางแผน เพื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการฐานข้อมูลสารสนเทศของสำนักฯ<br />
3. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มาสนับสนุนการบริหารงานภายในสำนักฯ และส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการประชาสัมพันธ์ เพื่อการบริการสาธารณะ<br />
4. พัฒนาระบบเครือข่ายเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างสำนักฯ กับส่วนราชการส่วนกลางและภูมิภาค<br />
5. พัฒนาบุคลากรของสำนักฯ ให้มีความรู้ความสามารถ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงการนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการ<br />
6. วิเคราะห์ประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการปรับปรุงการดำเนินงานของศูนย์ให้มีประสิทธิภาพ<br />
7. ออกแบบ และบริหารจัดการ เว็บไซต์ region1.prd.go.th รวมทั้งเครือข่ายเว็บไซต์หน่วยงานในสังกัด สปข.1<br />
8. ตรวจสอบ ซ่อมบำรุง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย กรณีมีปัญหาการใช้งาน ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br />
9. ศึกษาการใช้งานโปรแกรมอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อใช้ในการพัฒนาระบบงานสารสนเทศ</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
</item>
</channel>
</rss>
