ครม. พร้อมสนับสนุน SMEs ขายของออนไลน์แบบข้ามพรมแดน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 65 เห็นชอบการเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (Cross-Border e-Commerce) ภายใต้โครงการ SMEs Pro-active ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ซึ่งเป็นการส่งเสริมกิจกรรมการขายสินค้าและบริการแบบ B-2-B (Business-to-Business) ผ่าน 3 แพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ คือ  Alibaba (เป็นเว็บไซต์ที่มีการขายสินค้าออนไลน์ จากประเทศจีน มีผู้ใช้บริการทั้งสิ้นทั่วโลก 31 พันล้านคน) Klang One  (ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าไทย ที่เน้นการส่งออกไปยังภูมิภาค CLMV มีผู้ใช้บริการมากกว่า 200 ล้านคน) และ Global Connect (เป็นความร่วมมือกับสภาธุรกิจสิงคโปร์)

ช้อปออนไลน์

โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบที่เข้าร่วมโครงการ SMEs Pro-active ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท/บริษัท/ครั้ง รวมไม่เกิน 6 ครั้ง เพื่อใช้เป็น

1. ค่าใช้จ่ายแรกเข้าและหรือค่าสมาชิกของแพลตฟอร์ม

2. ค่าประชาสัมพันธ์ ค่าการตลาด และค่าใช้จ่ายในการทำ Online Content ของแพลตฟอร์ม

โดยใช้จ่ายจากงบฯ กองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ปัจจุบันโครงการ SMEs Pro-active ดำเนินการในระยะที่ 3 (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562-2567) วงเงินโครงการรวม 500 ล้านบาท

น.ส.รัชดาฯ กล่าวว่า ความจำเป็นที่ต้องเสนอเพิ่มกิจกรรมการส่งเสริมการค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในครั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถเดินทางเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศได้ และผู้จัดงานแสดงสินค้าได้ปรับเปลี่ยนการจัดงานเป็นรูปแบบออนไลน์มากขึ้น

ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงเสนอเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการค้าดังกล่าว เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับการสนับสนุนงบฯ และเข้าร่วมงานจัดแสดงสินค้าต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ จากเดิมที่โครงการสนับสนุนเฉพาะผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและกิจกรรมทางธุรกิจในต่างประเทศเท่านั้น

โดยคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการ SMEs Pro-active ได้แก่

1. เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและมีผู้ถือหุ้นเป็นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51

2.เป็นสมาชิกของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศหรือหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย

3.เป็นนิติบุคคลที่เป็นผู้ผลิตและหรือผู้ส่งออกสินค้าไทยที่มีประสบการณ์การส่งออก โดยมีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ไม่เกิน 500 ล้านบาท นับจากปีที่สมัครเข้าร่วมโครงการ

และกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมออนไลน์ คือ

1.เป็นสมาชิก Thaitrade.com ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม Cross-Border e-Commerce ของไทย ที่ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

2.หากไม่เคยส่งออก ผู้ประกอบการจะต้องผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น



คะแนนโหวต :