วัคซีนโควิดปลอมระบาด ซ้ำเติมชาติขาดแคลนวัคซีน

ในช่วงที่ประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งต้องประสบกับปัญหาขาดแคลนวัคซีน ได้เกิดขบวนการกระจายวัคซีนปลอมในหลายประเทศ หนึ่งในนั้นคืออินเดียที่มีผู้ถูกฉีดวัคซีนปลอมไปแล้วกว่า 2,000 ราย ท่ามกลางการต่อสู้กับการระบาดระลอกสองของโรคโควิด-19 ในประเทศอินเดีย ที่ได้คร่าชีวิตผู้คนในประเทศไปแล้วกว่า 397,000 ศพ และได้นำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในประเทศ แต่กลับมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำวัคซีนโควิด-19 ปลอมมาฉีดให้แก่ประชาชนที่เข้ารับวัคซีนด้วยความหวังว่าจะช่วยให้พวกเขามีภูมิต้านทานโรคโควิด-19 ซ้ำเติมสถานการณ์วิกฤติโควิดในอินเดีย

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 64 ที่ผ่านมาตำรวจอินเดียระบุว่ามีชาวอินเดีย 2,000 คน ได้ถูกฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ปลอมในเมืองมุมไบ รัฐมหาราษฏระ ซึ่งที่ถูกฉีดเข้าไปในร่างกายนั้นคือน้ำเกลือ เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้นำไปสู่การจับกุมแพทย์สองราย ของโรงพยาบาลเอกชนในเมืองมุมไบ ขณะเดียวกัน ในเมืองโกลกาตา ได้มีการจับกุมชายที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่บงการค่ายฉีดวัคซีนปลอม 8 แห่ง ซึ่งผู้ที่ถูกฉีดวัคซีนปลอมนั้นมีทั้งผู้พิการ และบุคคลข้ามเพศ เบื้องต้นคาดว่ามีผู้ถูกฉีดวัคซีนปลอม 500 รายกระจายอยู่ทั่วเมือง ขวดบรรจุวัคซีนปลอมในเมืองโกลกาตานั้นได้ถูกติดฉลากวัคซีนแอสตราเซเนกาเพื่อตบตา ทับไปบนชื่อยาปฏิชีวนะที่ใช้สำหรับการรักษาอาการติดเชื้อ ซึ่งขบวนการดังกล่าวได้ถูกเปิดโปงหลังจากที่หนึ่งในผู้เข้ารับวัคซีนซึ่งเป็นนักแสดงและนักการเมืองอินเดียสังเกตความผิดปกติและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ข่าวขบวนการฉีดวัคซีนปลอมได้สร้างความวิตกกังวลให้แก่ผู้ที่ถูกฉีด โดยเฉพาะในแง่ผลข้างเคียง หนึ่งในนั้นคือหญิงวัย 35 ปีที่ระบุว่าเธอรู้สึกมึนหัวและปวดแขน ขณะที่อีกรายระบุว่าไม่อยากจะเชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในช่วงที่ทั่วโลกกำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นอกจากจะมีการปลอมวัคซีนแอสตราเซเนกาแล้ว ที่เม็กซิโกเจ้าหน้าที่ได้รวบขบวนการขนส่งวัคซีนปลอม ที่เลียนแบบวัคซีนสปุตนิก วี ของรัสเซีย ได้แบบคาหนังคาเขา โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นวัคซีนปลอมได้อย่างน้อย 5,700 โดส โดยวัคซีนปลอมลอตดังกล่าวได้เตรียมขนส่งจากเม็กซิโกด้วยเครื่องบินส่วนตัวในเมืองกัมเปเช มีจุดหมายปลายทางที่ประเทศฮอนดูรัส ซึ่งเป็นประเทศที่อนุมัติให้ใช้วัคซีน สปุตนิก วี ไปก่อนหน้านี้ หลังจากที่หน่วยงานของรัสเซียได้ตรวจสอบภาพถ่ายของวัคซีนลอตดังกล่าว ก็ได้ยืนยันว่าวัคซีนที่ถูกยึดนั้นเป็นของปลอม ขณะที่ประเทศฮอนดูรัส ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการซื้อวัคซีนด้วยตนเองเนื่องจากมีความเสี่ยงถูกหลอกให้ซื้อวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ปลอม

ด้านบริษัทไฟเซอร์ ได้ออกโรงเตือนชาวออสเตรเลียไม่ให้ซื้อวัคซีนของบริษัทผ่านอินเทอร์เน็ต หลังเกิดความกังวลว่าจะมีผู้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรไซเบอร์ที่ประกาศขายวัคซีนปลอม โดยระบุว่าวิกฤติโรคระบาดทำให้เกิดการหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนซึ่งผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น ออสเตรเลียได้ตั้งเป้านำเข้าวัคซีนจากบริษัทไฟเซอร์จำนวน 20 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างการจัดเตรียมวัคซีน ก็ได้ย้ำชัดว่าสินค้าของบริษัทนั้นไม่มีการเปิดขายผ่านตัวแทนเอกชนรวมไปถึงร้านขายยาออนไลน์

บริษัทไฟเซอร์ระบุว่าวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทค ไม่เปิดขายออนไลน์ ซึ่งสินค้าไม่ว่าจะเป็นวัคซีนและยารักษาในอินเทอร์เน็ต รวมถึงร้านขายยาออนไลน์นั้นได้กระทำอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งวัคซีนนั้นไม่สามารถซื้อแบบแยกโดสได้ ไฟเซอร์มีมาตรการในการติดตามวัคซีนแต่ละลอตอย่างเข้มงวด ทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าวัคซีนนั้นได้ถูกเคลื่อนย้ายไปที่ใด โดยใช้เซนเซอร์จีพีเอส ที่จะทำให้สามารถติดตามตำแหน่งของวัคซีนแต่ละลอต และอุณหภูมิที่ถูกใช้จัดเก็บได้แบบเรียลไทม์ได้ตลอดเวลา

ขณะเดียวกันด้านผู้เชี่ยวชาญยังคงแสดงความกังวลว่าขบวนการวัคซีนปลอมอาจหลุดเข้าไปยังออสเตรเลีย หลังอินเตอร์โพลได้ออกคำเตือนไปทั่วโลกให้เฝ้าระวังการขายวัคซีนโควิดปลอมออนไลน์ ซึ่งการฉีดวัคซีนที่ถูกต้องนั้นจะต้องได้รับการฉีดจากหน่วยงานของรัฐหรือคลินิกเท่านั้น สอดคล้องกับผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ห่วงโซ่อุปทาน โลจิสติกส์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์ ของมหาวิทยาลัยดีคิ่น ได้ออกโรงเตือนว่าอาชญากรนั้นอาจก่อกวนโครงการฉีดวัคซีนในออสเตรเลีย

ด้าน มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ชี้ว่าถึงแม้ขบวนการวัคซีนปลอมส่วนใหญ่นั้นจะอยู่นอกออสเตรเลีย แต่การขาดแคลนวัคซีนนั้นเป็นการเปิดช่องทางให้ขบวนการดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบว่ามีการแพร่กระจายของวัคซีนไฟเซอร์ในภูมิภาคอื่นๆ ของโลกไม่ว่าจะเป็นโปแลนด์และแอฟริกาใต้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มประเทศยากจนที่อาจเข้าถึงวัคซีนได้ไม่ทั่วถึงและเป็นพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับขบวนการขายยารักษาโรคปลอมอยู่แล้วก่อนหน้านี้.



คะแนนโหวต :