แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี “เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว” 11 ตุลาคม 2564

แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี
“เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว”
11 ตุลาคม 2564

พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ

หนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมาเราได้ผ่านความท้าทายที่หากไม่นับช่วงเวลาศึกสงคราม นี่ถือเป็นความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นวิกฤตการณ์ที่ไม่มีใครในประเทศไม่ได้รับผลกระทบและเช่นเดียวกัน ก็ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ไม่ได้รับผลกระทบ

ที่ผ่านมาเป็นความหนักใจที่สุดในชีวิตของผมเองด้วย ที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างปกป้องชีวิตคนกับปกป้องการทํามาหากิน เป็น 2 ทางเลือกที่ไม่สามารถแยกขาดออกจากกันได้ เมื่อเราเลือกที่จะปกป้องชีวิตประชาชน เรากลับต้องทําให้ชีวิตเหล่านั้นพบเจอกับความยากลําบากในการทํามาหา เลี้ยงชีวิตต้องอยู่อย่างไม่มีรายได้ หรือหากเราเลือกที่จะปกป้องการทํามาหากินตามปกติของ ประชาชนเราก็คงต้องเจอกับการสูญเสียชีวิตที่อาจจะเป็นคนในครอบครัวเพื่อนเพื่อนบ้านหรือแม้กระทั้งคนที่เป็นเสาหลักที่หาเลี้ยงครอบครัวเรา

การต้องเจอกับทางเลือกแบบนี้ทําให้เราต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ช้าไม่ได้ และเราทําแบบรอดูสถานการณ์ก่อนไม่ได้ดังนั้น ตั้งแต่แรกเริ่มที่เราต้องเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผมเลือกที่จะไม่ยอมให้มันมาพรากเอาชีวิตของพี่น้องคนไทยไป เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก

เพราะฉะนั้น ผมได้ตัดสินใจอย่างชัดเจนแน่วแน่ ปฏิบัติตามคําแนะนําของผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาธารณสุขที่ยอดเยี่ยมของเรา ที่มีอยู่มากมายหลายท่าน เราลงมือทําอย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้ มาตรการที่เข้มงวดต่างๆพร้อมกับขอความร่วมมือจากประชาชนคนไทย

ด้วยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในสังคม เผชิญหน้ากับวิกฤตที่เกิดขึ้นวันนี้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสําเร็จมากที่สุดในโลกในการปกป้องรักษาชีวิตของประชาชน และด้วยความเสียสละอย่างมหาศาล อดทนเจอกับความยากลําบากในการทํามาหากินสูญเสีย รายได้ สูญเสียเงินเก็บ ธุรกิจพัง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พวกเราแลกไป เพื่อรักษาชีวิตของพ่อแม่พี่น้อง และเพื่อนของเราเอาไว้ให้พวกเค้ายังคงอยู่กับเราในวันนี้
วันนี้ความเสี่ยงในเรื่องการสูญเสียชีวิตที่จะเกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19ในประเทศไทย กําลังค่อยๆ ลดลงถึงแม้ว่าความเสี่ยงนั้นจะยังมีอยู่และเรายังต้องระวังรักษาความสามารถของ ระบบสาธารณสุข โรงพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ของเราอยู่ก็ตาม

ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องค่อยๆเตรียมตัวกล้าที่จะเผชิญหน้ากับโควิด-19 โดยมีความพร้อม เรื่องยารักษาและวัคซีนป้องกันมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปอีกไม่นาน เราก็จะต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับมันเหมือนกับโรคภัยอื่นๆ ที่กลายเป็นโรคประจําถิ่น

วันนี้ผมอยากประกาศหนึ่งก้าวเล็กๆแต่เป็นก้าวที่สําคัญที่เรากําลังจะเดินหน้าบนเส้นทางที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาทํามาหาเลี้ยงตัวเองกันได้อีกครั้ง

ในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศที่เป็นนักท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย ต่างค่อยๆ เริ่มอนุญาตให้ประชาชนของเค้าเดินทางได้ โดยไม่มีเงื่อนไขที่ยุ่งยากมากมาย อย่างเช่นอังกฤษตอนนี้เเพิ่งจะอนุญาตให้ประชาชนเดินทางมาประเทศไทยได้โดยไม่ ยุ่งยาก หรืออย่าง สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ก็เพิ่งเริ่มผ่อนคลายเงื่อนไข ในการเดินทางไปต่างประเทศของประชาชน

ความคืบหน้าที่เกิดขึ้นแบบนี้เราเองแม้ยังต้องระมัดระวังแต่ก็ต้องเดินหน้าให้ไวเพื่อไม่ให้เสียโอกาส ที่อย่างน้อย เราจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวมาได้บ้าง ในช่วงเทศกาล เดินทางท่องเที่ยววันหยุดสิ้นปี ใน3เดือนข้างหน้านี้เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการทำมาหากินของประชาชนนับล้านๆ คน ในภาคการท่องเที่ยว การเดินทาง และภาคธุรกิจ พักผ่อนหย่อนใจและบันเทิงรวมถึงภาคธุรกิจอื่นอีกมากมายที่เกี่ยวข้อง

เพราะฉะนั้น วันนี้ผมได้สั่งการให้ ศบค.และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมพิจารณาโดยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นต้นไป ประเทศไทยจะเริ่มเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว สําหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วและเดินทางเข้าประเทศไทยโดยทางอากาศโดยมาจากประเทศที่ เรากําหนดว่า เป็นประเทศความเสี่ยงตํ่า

เราจะขอเพียงแค่ เมื่อเดินทางเข้าประเทศไทย ทุกคนต้องแสดงตัวว่าปลอดเชื้อโควิด-19 โดยต้องมีหลักฐานผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19ด้วยวิธี RT-PCR ซึ่งทําการตรวจก่อนเดินทางออกจาก ประเทศต้นทางและจะมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 อีกครั้งเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย หลังจากนั้นจึงสามารถเดินทางไปพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างอิสระเช่นเดียวกับที่คนไทยปกติทั่วไปสามารถทําได้ในเบื้องต้น เราเริ่มต้นกําหนดรายชื่อประเทศความเสี่ยงตํ่า ที่จะสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องกักตัวไว้ที่อย่างน้อย 10 ประเทศ ซึ่งจะรวมประเทศอย่างเช่น อังกฤษ สิงคโปร์ เยอรมนี จีน และอเมริกา โดยเราตั้งเป้าจะเพิ่มจํานวนประเทศให้มากขึ้นอีกภายในวันที่ 1 ธันวาคม และ หลังจากนั้น ภายในวันที่ 1 มกราคม เราจะเพิ่มจํานวนประเทศให้มากขึ้นอย่างกว้างขวาง

ส่วนผู้ที่มาจากประเทศที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศความเสี่ยงต่ำ เรายังให้การต้อนรับเข้าประเทศ ไทยแต่จําเป็นต้องมีการกักตัวตามเงื่อนไขและข้อกําหนด

พร้อมกันนี้ภายในวันที่ 1 ธันวาคม เราจะพิจารณาอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ในร้านอาหารได้ และจะพิจารณาอนุญาตให้สถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสถานบันเทิงเปิดให้บริการได้ ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนและกระตุ้ยภาคการท่องเที่ยว การพักผ่อนและบันเทิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เรากำลังจะเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสปีใหม่ ผมรู้ว่าการตัดสินใจแบบนี้มีความเสี่ยง ที่เกือบจะแน่นอนเลยว่า เมื่อเราเริ่มต้นการผ่อนคลายต่างๆ จะทําให้มีจํานวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เป็นการชั่วคราว ซึ่งเราต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินดูว่าเราจะรับมือกับสถานการณ์นั้นอย่างไร เราต้องไม่ปล่อยโอกาสนี้เพราะถ้าเราต้องเสียโอกาสในช่วงเวลาทองของการทํามาหากินไปอีกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ผมคิดว่าประชาชนคงรับมือไม่ไหวอีกต่อไป

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเราเห็นว่า ในสองสามเดือน หรือสี่เดือนข้างหน้า มีสายพันธุ์ใหม่ที่อันตรายมากๆ เกิดขึ้นอีก แน่นอนว่า เราก็ต้องจัดมาตรการที่เหมาะสมและพอเหมาะพอดี มาจัดการคุมสถานการณ์เอาไว้ให้ได้ เมื่อเรารู้ว่าไวรัสนี้ได้ทําให้ทั่วทั้งโลกต้องตกใจมาแล้วหลายรอบดังนั้นเรา ต้องพร้อมรับมือ หากมันเกิดขึ้นอีก

เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาผมได้ตั้งเป้าที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดย ไม่ต้องกักตัว ให้ได้ภายใน 120 วัน พร้อมกับเร่งเครื่องการฉีดวัคซีนให้ประชาชน

วันนี้ ผมขอใช้โอกาสนี้ ชื่นชมความสําเร็จที่ยิ่งใหญ่ของเจ้าหน้าที่และบุคลากรสาธารณสุขทุกท่าน เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน ส่วนงานอื่นๆ รวมถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน สําหรับความร่วมมือ ของทุกท่านที่ตอบสนองต่อคําร้องขอของผมเมื่อเดือนมิถุนายน

• หลังจากที่เราตั้งเป้า 120 วัน ก็ได้มีความพยายามอย่างเต็มที่ทําทุกวิถีทางเพื่อจัดหาวัคซีน มาให้ได้เพิ่มมากขึ้นและแย่งชิงกับประเทศอื่น เพื่อให้เราได้รับส่งมอบวัคซีนเข้ามาซึ่งทั้งหมดนี้เราประสบความสําเร็จอย่างมากการรับส่งมอบวัคซีนของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ถึง 3 เท่าในทันที จากที่เดือนพฤษภาคม เราได้รับส่งมอบวัคซีน 4 ล้านโดส กลายเป็นเราได้รับส่งมอบวัคซีนถึง12ล้านโดสในเดือนกรกฎาคมและได้รับส่งมอบ วัคซีนอีกถึงเกือบ14ล้านโดสในเดือนสิงหาคมและวันนี้เราจะได้รับส่งมอบวัคซีนเข้า ประเทศไทย ถึงมากกว่า 20 ล้านโดสต่อเดือน ไปจนถึงสิ้นปี รวมเป็นวัคซีนจํานวนมากกว่า 170ล้านโดสเกินเป้าหมายที่เราตั้งไว้เป็นอย่างมาก
• ในขณะเดียวกัน เพื่อที่จะสนับสนุนเป้าหมาย 120 วัน เจ้าหน้าที่และบุคลากรสาธารณสุขได้ทํางานกันอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย เร่งเครื่องการฉีดวัคซีน รวมทั้งพี่น้องประชาชน ต่างก็ให้ ความร่วมมืออย่างเต็มท่ี ในการลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีน ถึงแม้ว่าจะมีความไม่ สะดวกสบายในเรื่องของการนัดหมายบ้างก็ตาม ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ จากเดิมที่เราฉีดวัคซีนได้อยู่ที่ประมาณ 80,000 โดสต่อวัน เมื่อเดือนพฤษภาคมแต่หลังจากการตั้งเป้า 120 วัน เพียงหนึ่งเดือน จํานวนการฉีดวัคซีนต่อวันของประเทศไทย พุ่งขึ้น ทันที ทีมสาธารณสุขของไทย ดันยอดการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น ถึง 3 เท่า และดันขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นที่ประเทศไทย ติดอันดับ 1ใน10ประเทศที่ฉีดวัคซีนได้เร็วที่สุดในโลกปัจจุบันเฉลี่ยแล้วเราฉีดวัคซีนได้ มากกว่า 700,000โดสต่อวัน และในบางวันเราฉีดวัคซีนได้มากเกินกว่า1ล้านโดสก็ยังมีภายหลังการตั้งเป้า 120 วันเปิดประเทศโดยไม่ต้องกักตัวเมื่อกลางเดือนมิถุนายนเพียงไม่นาน ทั้งโลกต้องเจอกับการแพร่ระบาดที่รุนแรงของสายพันธุเดลต้าที่ทําให้มีจํานวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงมากทั้งโลกในช่วงเดือนสิงหาคมเช่นเดียวกับในประเทศไทยตอนนั้นหลายคนคงทําใจแล้วว่า เราไม่น่าจะสามารถเปิดประเทศโดยไม่ต้องกักตัวได้ภายในปีนี้

ตอนนี้แม้ว่าสถานการณ์ในหลายๆประเทศยังคงต่อสู้กับเดลต้าอยู่แต่การที่เรากําลังจะสามารถ เริ่มเปิดให้เข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไปการที่เราทําแบบ นี้ได้แสดงให้เห็นถึงความสําเร็จของการที่คนไทยร่วมมือกันทํางานด้วยความมุ่งมั่น และเป็นหนึ่ง เดียวทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าท่ีสาธารณสุข หน่วยงานองค์กรต่างๆทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมถึงความร่วมมือกันของประชาชนคนไทยทกุคน

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ประเทศไทยได้ทําสิ่งที่ยิ่งใหญ่เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนสามารถภูมิใจ ได้ กับการมีส่วนร่วม ที่ทําให้ความสําเร็จนี้เกิดขึ้น และเกิดขึ้นถูกเวลา เพราะเป็นช่วงเวลาพร้อมๆ กับที่ประเทศอื่นเริ่มผ่อนคลายเงื่อนไขและข้อจํากัดในการเดินทางของประชาชนของเค้าด้วย เหมือนกันนี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่เราจะเริ่มเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวให้เข้า ประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว
 



คะแนนโหวต :