แมงมุมพิษ


 
อีโบลา


 
พบ 'ไดโนเสาร์ 4 ปีก' ในจีน


 
แถลงการณ์ร่วมสภาการนสพ.-สภาวิชาชีพข่าว กรณีข้อกล่าวหาสื่อรับเงินบ.เอกชน


 
“ยุงลายสวน” อันตราย ชุกชุมกว่ายุงลายบ้าน แพร่เชื้อไข้เลือดออก สธ.จี้กำจัดทั้งคู่


 
สื่อนอกยก ทะเลสาบหนองหาน ติดอันดับทะเลสาบแปลกที่สุดในโลก


 
13 กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ


 
เจ้ย อภิชาติพงศ์ ทำหนังใหม่ ประกาศรับคนพูดภาษาอีสาน


 
'อินทผลัม' ผลไม้มหัศจรรย์ของพี่น้องชาวมุสลิม


 
กรุงเทพฯเสียแชมป์ เมืองท่องเที่ยวเอเชีย


 
4 กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี


 
นักวิจัยไทย ค้นพบวัคซีนป้องกันเอดส์ที่แรกของโลก


 
เคล็ดลับอายุยืน 100 ปี


 
อิสราเอลนำร่อง 'รถส่วนตัวลอยฟ้า'


 
'กาวไหมปิดแผล'กระตุ้นคอลาเจนจาก'รังไหม' สิ่งประดิษฐ์ดีเด่นไทย


 
'วังสระปทุม' มรดกประวัติศาสตร์ชาติไทย


 
วันศรีนครินทร์ : รำลึกถึงสมเด็จย่า


 
ไทพาเกคนไทอีกสายที่อยู่แถบรัฐอัสสัม อินเดีย


 
ยุบรวมรับตรง-แอดมิชชัน!! สอบรวมครั้งเดียวหลังจบ ม.6 ดีเดย์ปี 59


 
Super Fruit กำราบโรคร้ายด้วย "ไลโคปีน" จาก "มะเขือเทศ"


อ่านทั้งหมด     
FONTSIZE
สทน. >> โครงการมายไอดอลคนต้นแบบ >> ศาสนาความจริงที่ต้องเปิดเผย
เสาหลักทั้งห้าของศาสนาอิสลามคืออะไร?

วันที่ 5 ก.ค. 2556 (จำนวนคนอ่าน 551 คน)

เสาหลักทั้งห้าของศาสนาอิสลามคืออะไร?
 
เสาหลักทั้งห้าของศาสนาอิสลามถือเป็นโครงสร้างชีวิตของชาวมุสลิม เสาหลักเหล่านั้นถือเป็นการปฏิญาณตนในเรื่องความศรัทธา การละหมาด การให้ ซากัต (ช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้) การถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอน และการไปแสวงบุญยังนครเมกกะห์สักครั้งหนึ่งในชีวิตสำหรับผู้ที่สามารถทำได้.
 
การปฏิญาณตนในเรื่องความศรัทธา
 
การปฏิญาณตนในเรื่องความศรัทธาคือการกล่าวด้วยศรัทธาอย่างแรงกล้าว่า "La ilaha illa Allah, Muhammadur rasoolu Allah” คำกล่าวนี้หมายความว่า "ไม่มีพระผู้เป็นเจ้า (เทพเจ้า) ที่แท้จริงอื่นใด นอกจากพระผู้เป็นเจ้า (พระอัลเลาะห์),1 และพระมูหะหมัดคือผู้ถือสาร (พระศาสดา) ของพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น” ในส่วนแรกวลีที่ว่า "ไม่มีพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริงอื่นใด นอกจากพระผู้เป็นเจ้า” หมายความว่าไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ที่จะได้รับการเคารพบูชานอกจากพระผู้เป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียว และพระผู้เป็นเจ้าทรงไม่มีทั้งบริวารหรือพระบุตร การปฏิญาณตนในเรื่องความศรัทธานี้เรียกว่า ซาฮาดะ (Shahada) เป็นการกล่าวอย่างง่ายๆ ซึ่งควรกล่าวด้วยศรัทธาอันแรงกล้าเพื่อเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม (ตามที่ได้อธิบายมาแล้วก่อนหน้านี้) การปฏิญาณในเรื่องความศรัทธาถือเป็นเสาหลักที่สำคัญที่สุดในศาสนาอิสลาม
การละหมาด

ชาวมุสลิมจะทำพิธีละหมาดวันละห้าครั้ง ในการละหมาดแต่ละครั้งจะใช้เวลาไม่เกินครั้งละสองสามนาที การละหมาดในศาสนาอิสลามจะเป็นการติดต่อกันโดยตรงระหว่างผู้ละหมาดกับพระผู้เป็นเจ้า ไม่มีสื่อกลางระหว่างพระผู้เป็นเจ้ากับผู้ละหมาดแต่อย่างใด. ในการทำละหมาด บุคคลผู้นั้นจะรู้สึกเกษมศาน สันติและสบายใจอยู่ภายใน และนั่นก็หมายความว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงยินดีกับเขาหรือเธอผู้นั้น พระศาสดามูหะหมัด ทรงตรัสว่า {บิลาอัล เรียก (ผู้คน) มาทำละหมาด ให้พวกเรารู้สึกสบายจากการละหมาดนั้น.}2 บิลาอัล (Bilal) คือหนึ่งในพระสหายของพระมูหะหมัดซึ่งมีหน้าที่เรียกผู้คนมาทำละหมาด. การทำละหมาดจะกระทำในเวลารุ่งอรุณ เที่ยง บ่าย พระอาทิตย์ตกดิน และกลางคืน ชาวมุสลิมอาจจะทำการละหมาดได้เกือบทุกสถานที่ เช่น ในกลางทุ่ง สำนักงาน โรงงาน หรือในมหาวิทยาลัย
 
การให้ ซากัต (การช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้)

 


ทุกสรรพสิ่งเป็นของพระผู้เป็นเจ้า เพราะฉะนั้นมนุษย์จึงครอบครองทรัพย์สมบัติแทนพระองค์ ความหมายเดิมของคำว่า ซากัต นั้น มีความหมายทั้ง ‘การชำระล้างบาป’ และ ‘ความเจริญรุ่งเรือง’ การให้ ซากัต นั้นหมายถึง ‘การให้ตามอัตราส่วนจากจำนวนทรัพย์สินที่มีอยู่แก่ผู้ยากไร้ตามลำดับที่เหมาะสม’. อัตราส่วนซึ่งเป็นทองคำ เงินและเงินสดซึ่งอาจมีจำนวนประมาณ 85 กรัมของน้ำหนักทองคำ และถือครองเป็นเจ้าของเป็นเวลาหนึ่งปีทางจันทรคติถือเป็นสองเปอร์เซนต์ครึ่ง การถือครองของพวกเราได้รับการชำระล้างบาปด้วยการจัดแบ่งส่วนเล็กๆ ไว้สำหรับบุคคลผู้มีความจำเป็น และเฉกเช่นเดียวกับการตัดแต่งต้นไม้ การตัดแต่งนี้เพื่อให้เกิดความสมดุล อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้การเจริญเติบโตอีกด้วย บุคคลหนึ่งอาจให้ทานมากเท่าที่ตนต้องการได้ โดยถือเป็นการทำบุญกุศลหรือบริจาคทานด้วยความสมัครใจ.

การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน.
ทุกๆ ปีในเดือนรอมฎอน,4 ชาวมุสลิมทั้งหมดจะถือศีลอดตั้งแต่รุ่งอรุณจวบจนพระอาทิตย์ตกดิน โดยจะละเว้นจากอาหาร น้ำดื่มและการมีเพศสัมพันธ์. แม้ว่าการถือศีลอดจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่การถือศีลอดได้รับการยอมรับเป็นส่วนใหญ่ว่าเป็นวิธีหนึ่งของการชำระล้างจิตใจของตัวเอง โดยการตัดตัวเองออกจากความสะดวกสบายในทางโลก แม้ว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นๆ บุคคลผู้ถือศีลอดจะรู้สึกเห็นใจผู้หิวโหยอย่างแท้จริง ในเวลาเดียวกันก็ช่วยให้จิตใจของผู้ถือศีลอดเจริญเติบโตไปด้วย.
 
การแสวงบุญที่นครเมกกะห์

 

การไปแสวงบุญประจำปี (ฮัจจ์) ที่นครเมกกะห์ ถือเป็นภาระหน้าที่อย่างหนึ่ง ครั้งหนึ่งในชีวิตสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถทั้งทางร่างกายและทางการเงินที่จะทำได้ ในแต่ละปีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกประมาณสองล้านคนต่างไปชุมนุมกันที่นครเมกกะห์ แม้ว่านครเมกกะห์จะคราคร่ำไปด้วยผู้มาเยือนอยู่ตลอดเวลา แต่พิธีฮัจจ์ในแต่ละปีจัดให้มีขึ้นในเดือนสิบสองตามปฏิทินอิสลาม ผู้แสวงบุญชายจะสวมใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายเป็นพิเศษเพื่อขจัดการแบ่งแยกชนชั้นและวัฒนธรรมออกไป เพื่อว่าทุกคนจะได้ยืนอย่างเท่าเทียมกันต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า.
 
การประกอบพิธีฮัจจ์ รวมถึงการเดินรอบกาบาจำนวนเจ็ดรอบและเดินไปอีกเจ็ดรอบระหว่างเนินเขาซาฟา (Safa) และมาร์วา (Marwa) เช่นเดียวกับที่ฮาการ์ (Hagar) เคยกระทำระหว่างที่เธอค้นหาน้ำ จากนั้นผู้แสวงบุญจะยืนรวมกันในอะราฟา (Arafa)5 5และสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าในสิ่งที่พวกเขาปรารถนาอีกทั้งยังขอประทานอภัยจากพระองค์ด้วย ซึ่งมักจะคิดว่าเป็นการซักซ้อมในวันพิพากษา. วันเสร็จสิ้นการประกอบพิธีฮัจจ์ จะจบลงด้วยเทศกาล Eid Al-Adha ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองพร้อมกับการทำละหมาด การเฉลิมฉลองนี้และเทศกาล Eid ai-Fitr ซึ่งเป็นวันเลี้ยงฉลอง เพื่อเป็นการระลึกถึงวันสิ้นสุดของเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นสองเทศกาลประจำปีตามปฏิทินศาสนาอิสลาม.
 


จำนวนคนอ่าน 552 คน จำนวนคนโหวต 0 คน