« พฤศจิกายน 2560 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30
ดูปฏิทินทั้งหมด
FONTSIZE
ยาเสพติด
เราจะช่วยกันแก้ปัญหาการใช้ยาบ้า ยาอี และยาเค ในสังคมไทยได้อย่างไร

วันที่ 24 มิ.ย. 2556 (จำนวนคนอ่าน 15685 คน)


เราจะช่วยกันแก้ปัญหาการใช้ยาบ้า ยาอี และยาเค ในสังคมไทยได้อย่างไร
 

การแก้ปัญหายาเสพติด
เราจะช่วยกันแก้ปัญหาการใช้ยาบ้า ยาอี และยาเค ในสังคมไทยได้อย่างไร

๑. การติดยา เป็นปัญหาหนัก ของสังคมปัจจุบัน บรรดาผู้ติดยาเหล่านี้ ในครั้งแรกอาจใช้ จากสาเหตุหลายอย่าง เช่น เพื่อนชักชวน การอยากลอง อยากมีประสบการณ์แปลกๆ รักสนุก หรือปัญหาครอบครัว เป็นต้น เมื่อตกอยู่ภายใต้อิทธิพล ของสารเสพย์ติดเหล่านี้ ผู้ใช้จะมีความรู้สึก เคลิบเคลิ้มเหมือนว่า อยู่ในอีกโลกหนึ่ง ที่แตกต่างจากโลกที่เคยพบ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่ ความรู้สึกชั่วคราว ที่เกิดจากฤทธิ์ของยา ซึ่งจะหายไป เมื่อยาหมดฤทธิ์ ดังนั้นในขณะที่ใช้ยา จึงมักขาดสติ เหตุผล และความยั้งคิด และอาจก่อเรื่อง ที่จะต้องเสียใจในภายหลัง หรือแม้กระทั่งเรื่อง ที่ไม่มีโอกาสเสียใจอีกเลย ผู้ที่ติดยาจึงเปรียบเหมือน ระเบิดเวลา ที่อาจจะระเบิดออกมา เมื่อไรก็ได้ เมื่อระเบิดแล้วก็ก่อปัญหา ทั้งต่อตัวเองและสังคม

๒. การใช้ยาเสพย์ติด ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพล มาจากวัฒนธรรม และสังคมต่างประเทศ โดยเฉพาะ ในกรณีของยาอี และยาเค ดังนั้นครอบครัว จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะปลูกฝัง ภูมิคุ้มกันยาเสพย์ติด ให้แก่เยาวชนของชาติ หมั่นสอดส่องดูแล ให้ความเข้าใจ และความอบอุ่น แก่บุตรหลานของท่าน เสียแต่วันนี้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียใจ และต้องสอดส่องดูแล บุตรหลานของท่าน ภายใต้มาตรการ ของกฎหมายในวันหน้า

๓. ในส่วนของตัวเยาวชนเอง ต้องรู้จักการยับยั้งชั่งใจ รู้จักปฏิเสธ หรือพูดคำว่า "ไม่” เมื่อถูกชักชวน ให้ทดลองเสพย์ยา และต้องไม่หลงไหลได้ปลื้ม ไปกับวัฒนธรรม ของคนต่างชาติ ซึ่งมีแนวความคิด ขนบธรรมเนียม และประเพณี แตกต่างจากคนไทย การใช้เวลาว่างให้ถูกต้อง โดยการเล่นกีฬา ดนตรี หรือแสวงหา ความรู้เพิ่มเติมนั้น ดีกว่าการเที่ยวรักสนุก หรือการไฝ่หาทดลอง ประสบการณ์แปลกๆ จิตใจที่เข้มแข็งมั่นคง เป็นเหมือนเกราะป้องกัน การแทรกซึม จากภัยของยาเสพย์ติด

๔. การประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ความรู้ เรื่องพิษภัยของยาเสพย์ติด คงจะเป็น อีกมาตรการหนึ่ง ที่ช่วยสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้องแก่เยาวชนได้ การจัดค่ายอบรม เรื่องยาเสพย์ติด การจัดรายการประจำ ทางสื่อวิทยุโทรทัศน์ และคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ นิตยสารและสิ่งพิมพ์ต่างๆ ตลอดจน การให้ความรู้ ทางสื่ออื่นๆ น่าจะเป็นวิถีทาง ที่เร่งเร้าจิตสำนึก ของคนไทยให้ช่วยกัน ขจัดปัญหายาเสพย์ติด อีกประการที่สำคัญ คือผู้รับผิดชอบกำกับดูแล มาตรการทางกฎหมายและสังคม คงจะต้องทำหน้าที่ อย่างเคร่งครัด และมีประสิทธิภาพ และต้องยอมรับกันว่า การแก้ปัญหา ที่ปลายเหตุคือผู้เสพย์ยา แต่เพียงอย่างเดียว ไม่น่าเป็นหนทางแก้ปัญหา ที่มีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งได้แก่การลักลอบผลิต และจำหน่าย จะช่วยส่งเสริมให้ การแก้ปัญหา ได้ผลอย่างถาวร การร่วมมือร่วมใจ ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย คงจะเป็นนิมิตรหมายอันดี ที่นำไปสู่การแก้ปัญหา อย่างมีประสิทธิภาพ การปัดปัญหา ออกจากตัว หรือการเอาแต่ ตำหนิซึ่งกันและกัน รังแต่จะชะลอปัญหา ให้คั่งค้างหมักหมม จนหนักหนาสาหัส เกินแก้ไขในที่สุด

การรักษาผู้ติดยาม้า

ผู้ที่ติดยาม้าหรือยาบ้าส่วนใหญ่จะได้แก่ ผู้ที่ทำงานในเวลากลางคืน ผู้ใช้แรงงาน หรือผู้ที่ต้องทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น พนักงานขับรถโดยสารหรือรถบรรทุก ผู้ใช้แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม ผู้หญิงที่ทำงานกลางคืน ตลอดจนนักเรียน

นักศึกษาที่หักโหมในการดูหนังสือ เหตุที่เป็นคนเหล่านี้เพราะ คนเหล่านี้มักเข้าใจผิดคิดว่าหากใช้ยาม้าหรือยาบ้าแล้วจะสามารถทำงานหรือดูหนังสือได้นานมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้คำนึงถึงอันตรายและผลร้ายที่ตามมาภายหลัง ซึ่งได้แก่ สุขภาพจะทรุดโทรมทั้งร่างกายและจิดใจ เพราะสมองถูกกระตุ้นให้ทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา เมื่อยาหมดฤทธิ์จะอ่อนเพลีย เซื่องซึม เศร้าหมองและหลับนาน

ถ้าใช้เกินขนาดจะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ดังนั้น การรักษาผู้ที่ติดยาม้าหรือยาบ้าจะต้องประกอบไปด้วย

1. การให้ความรู้เกี่ยวกับยาม้าหรือยาบ้าแก่ผู้เสพติดแล้ว ให้เข้าใจโดยถ่องแท้ถึงพิษของยาม้าหรือยาบ้า ที่มีต่อตัวผู้เสพติดทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อผู้เสพติดจะได้มีความกลัวต่อผลร้ายเหล่านั้น และมีความตั้งใจที่จะเลิกยาม้าหรือยาบ้าอย่างจริงจัง

2. การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมโดยรอบของผู้ติดยาม้าหรือยาบ้า ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่ขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ครอบครัวที่ขาดความอบอุ่น ครอบครัวที่ขาดความเอาใจใส่ที่ดีพอ รวมทั้งเพื่อนฝูง หรือชุมชนโดยรอบๆ บ้านของผู้ติดยาม้าหรือยาบ้า ตลอดจนเพื่อนนักเรียนในโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งต้องการการตรวจสอบหาข้อมูลอย่างจริงจัง หาข้อมูลให้ถึงแก่นแท้ของปัญหาจากสิ่งแวดล้อม และดำเนินการแก้ไขไปพร้อมๆ กับข้ออื่นๆ

3. ความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของผู้เสพติด และพ่อแม่ผู้ปกครองของผู้ที่ติดยาเสพติดที่จะต้องการละหรือเลิกเสพยาม้าหรือยาบ้าตลอดไปให้ได้

4. ผู้เสพติดยาม้าหรือยาบ้า จะต้องไปรับการรักษาจากสถาบันทางการแพทย์ต่างๆ เช่น โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้งในต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหายจากการเสพติดอย่างเด็ดขาด

5. ความสำเร็จในการเลิกเสพติดยาม้าหรือยาบ้า ได้ถือเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ซึ่งนอกเหนือจากการช่วยตนเองแล้ว ท่านได้ช่วยเหลือครอบครัวของท่าน ท่านได้ช่วยเหลือสังคมโดยส่วนรวม อันหมายถึงประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรานั่นเอง

สถาบันบำบัดผู้ติดยาเสพติด

ในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถใช้บริการได้ที่โรงพยาบาล และคลีนิกยาเสพติด ในศูนย์บริการสาธารณสุข
สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ได้แก่

โรงพยาบาล
๑. โรงพยาบาลราชวิถี โทร. ๐ - ๒๒๔๖ - ๐๐๕๒ ต่อ ๔๓๐๒
๒. โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า โทร. ๐ - ๒๒๔๖ - ๑๔๐๐ ถึง ๑๔๒๘ ต่อ ๓๑๘๗
๓. โรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพฯ โทร. ๐ - ๒๔๑๑ - ๒๔๑๙๑
๔. โรงพยาบาลนิติจิตเวช โทร ๐ - ๒๔๔๑ - ๙๐๒๖ - ๙
๕. โรงพยาบาลตากสิน โทร. ๐ - ๒๘๖๓ - ๑๓๗๑ ถึง ๒, ๐ - ๒๔๓๗ - ๐๑๒๓ ต่อ ๑๑๕๓,๑๒๔๘

ในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถใช้บริการได้ที่โรงพยาบาล และคลีนิกยาเสพติด ในศูนย์บริการสาธารณสุข
สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ได้แล้ว

คลินิกยาเสพติดในศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กทม.
๑. คลินิกยาเสพติด ๑ ลุมพินี โทร. ๐ - ๒๒๕๐ - ๐๒๘๖
๒. คลินิกยาเสพติด ๒ สี่พระยา โทร. ๐ - ๒๒๓๖ - ๔๑๗๔
๓. คลินิกยาเสพติด ๓ บางอ้อ โทร. ๐ - ๒๔๒๔ - ๖๙๓๓
๔. คลินิกยาเสพติด ๔ บางซื่อ โทร. ๐ - ๒๕๘๗ - ๐๘๗๓
๕. คลินิกยาเสพติด ๕ ดินแดน โทร. ๐ - ๒๒๔๕ - ๐๖๔๐
๖. คลินิกยาเสพติด ๖ วัดธาตุทอง โทร. ๐ - ๒๓๙๑ - ๘๕๓๙
๗. คลินิกยาเสพติด ๗ สาธุประดิษฐ์ โทร. ๐ - ๒๒๘๔ - ๓๒๔๔
๘. คลินิกยาเสพติด ๘ ซอยอ่อนนุช โทร. ๐ - ๒๓๒๑ - ๒๕๖๖
๙. คลินิกยาเสพติด ๙ บางขุนเทียนโทร. ๐ - ๒๔๖๘ - ๒๕๗๐
๑๐. คลินิกยาเสพติด ๑๐ สโมสรวัฒนธรรม โทร. ๐ - ๒๒๘๑ - ๙๗๓๐
๑๑. คลินิกยาเสพติด ๑๑ ลาดพร้าว โทร. ๐ - ๒๕๑๓ - ๒๕๐๙
๑๒. คลินิกยาเสพติด ๑๒ วงศ์สว่าง โทร. ๐ - ๒๕๘๕ - ๑๖๗๒
๑๓. คลินิกยาเสพติด ๑๓ ภาษีเจริญโทร. ๐ - ๒๔๑๓ - ๒๔๓๕
๑๔. คลินิกยาเสพติด ๑๔ คลองเตย โทร. ๐ - ๒๒๔๙ - ๑๘๕๒
๑๕. คลินิกยาเสพติด ๑๕ วัดไผ่ตัน โทร. ๐ - ๒๒๗๐ - ๑๙๘๕

10 ประการห่างไกลยาเสพติด

หลักในการหลีกเลี่ยงและป้องกันการติดสิ่งเสพย์ติด

1. เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ครู และคนอื่นๆ ที่น่านับถือและหวังดี
2. เมื่อมีปัญหาควรปรึกษาครอบครัว ครู หรือผู้ใหญ่ที่น่านับถือ ไม่ควรเก็บปัญหานั้นไว้หรือหาทางลืมปัญหาโดยใช้สิ่งเสพย์ติดช่วยหรือ ใช้เพื่อเป็นการประชด
3. หลีกเลี่ยงให้ห่างไกลจากผู้ติดสิ่งเสพย์ติด หรือผู้จำหน่ายสิ่งเสพย์ติด
4. ถ้าพบคนกำลังเสพสิ่งเสพย์ติด หรือจำหน่ายให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่
5. ศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของสิ่งเสพย์ติด เพื่อจะได้ป้องกันตัวและผู้ใกล้ชิดให้ห่างจากสิ่งเสพติด
6. ต้องไม่ให้ความร่วมมือเข้าไปเกี่ยวข้องกับเพื่อนที่ติดสิ่งเสพย์ติด เช่นไม่ให้ยืมเงิน
7. ไม่หลงเชื่อคำชักชวนโฆษณา หรือคำแนะนำใดๆ หรือแสดงความเก่งกล้าเกี่ยวกับการเสพสิ่งเสพย์ติด
8. ไม่ใช้ยาอันตรายทุกชนิดโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ และใช้ยาที่แพทย์แนะนำ ้ตามขนาดที่แพทย์สั่งไว้เท่านั้น
9. หากสงสัยว่าตนเองจะติดสิ่งเสพย์ติดต้องรีบแจ้งให้ผู้ใหญ่ทราบ
10. ยึดมั่นในหลักธรรมของศาสนา หรือคำสอนของศาสนาทุกศาสนา เพราะทุกศาสนามีจุดมุ่งหมายให้บุคคลประพฤติ
แต่สิ่งดีงามและละเว้นความชั่ว


น้ำเกี๋ยน ชุมชนแห่งการเรียนรู้รวมกัน

เวลากว่า 10 ปี ชาวบ้านได้เรียนรู้ว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติด จะทำแบบไฟไหม้ฟางไม่ได้เพราะเมื่อไหร่ที่ไฟ
ในชุมชนเริ่มมอด ยาบ้าก็จะเริ่มปะทุขึ้นอีก สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจริง ที่น้ำเกี๋ยนได้เรียนรู้ และประสบมาโดยตลอด ทางออกหนึ่ง

ของการต่อสู้กับสงครามยาเสพติด คือ "ใช้กระบวนการ ต้านกระบวนการ”
กระบวนการชาวบ้านต้านยาเสพติดทำได้อย่างไร ลองมาเรียนรู้กับชาวบ้าน น้ำเกี๋ยน ใน 3 ด้านหลัก ดังนี้
1. ด้านแนวคิด-วิธีคิด
- ต้องไม่ละทิ้งความสำคัญของปัญหายาเสพติดเมื่อชุมชนสนใจพัฒนาด้านอื่นๆ
- สร้างแนวร่วมให้มากและหลากหลาย
- "ให้โอกาสคืนคนดีสู่สังคม"
2. ด้านกระบวนการ
2.1 สรรหาคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดระดับตำบล แบ่งเป็น3ฝ่าย คือ
1.ฝ่ายปราบปราม
2.ฝ่ายป้องกัน
3.ฝ่ายบำบัดฟื้นฟู
2.2ระดมงบประมาณจากชุมชนและแสวงหางบประมาณภายนอก
2.3 จัดเวทีชาวบ้านร่วมร่างมาตรการสังคม
การประชาสัมพันธ์เพื่อให้ชาวบ้านมาร่วมเวที เป็นเรื่องสำคัญมาก กลวิธีที่คณะกรรมการ ปกส.น้ำเกี๋ยนใช้ ก็คือการเขย่าชุมชน ให้มากๆและต่อเนื่องช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนการเปิดเวทีชาวบ้านทั้งตำบล
2.4 เข้าคูหา เขียนชื่อผู้เสพ,ผู้ขายใส่ลงในกล่อง
เป็นวิธีการเพื่อค้นหาผู้ขาย และผู้เสพ ในตำบล โดยใช้การเขียนชื่อ ผู้ค้า หรือ ผู้เสพลงไป เหมือนกับการเลือกตั้ง
2.5 เชิญผู้ค้า,ผู้เสพพบปะพูดคุยกันอย่างสันติวิธี
หลังจากได้รายชื่อแล้ว ก็เชิญผู้ที่มีชื่อ เพื่อพูดคุยกันอย่างสันติวิธีข้อร้องให้เลิกพฤติกรรม และทำสัญญาบันทึกไว้
เป็นหลักฐานว่าหากยังไม่เลิกขาย ก็จะถูกดำเนินการตามมาตรการสังคมทันทันท ีและ เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีรายชื่อได้ แสดงความ
คิดเห็น ซักถาม หรือโต้แย้งได้
2.6 คณะกรรมการ ฯ ออกสุ่มตรวจปัสสาวะ
โดยจะออกสุ่มตรวจปัสสาวะ ผู้ที่รายชื่อว่าเป็นผู้เสพ โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหมออนามัย ใครที่ปัสสาวะเป็น
สีม่วงก็ดำเนินการตามขั้นตอนของมาตรการผู้เสพ ร่วมกับวิธีการอื่นๆ คือ ขอร้องให้เลิกเสพโดยจะสนับสนุนอาชีพ ให้สำหรับ
คนที่ว่างงาน ให้ความรู้เรื่อง"ยาบ้ามหันตภัยร้าย ทำลายสมอง”โดยหมออนามัย ทำสัญญาบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
2.7 บำบัดฟื้นฟูโดยกระบวนการค่ายบำบัดในชุมชน
โดยการบูรณาการ หลักสูตรของศูนย์บำบัดยาเสพติด เข้ากับการแพทย์แผนไทย โดยการกินยาสมุนไพร,อบสมุนไพร ใช้วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ศาสนาบำบัด กิจกรรมบำบัด และครอบครัวบำบัด
2.8 ติดตาม ช่วยเหลือด้านอาชีพ หลังบำบัดหลังเลิกค้า
โดยจัดหาอาชีพใหม่ให้ตามความถนัด เช่น เข้ามาเป็นคนงานในโรงงานผลิตน้ำดื่มของตำบล, โรงงานผลิต คอนกรีต เป็นต้นจุดประสงค์เพื่อให้โอกาส และเป็นวิธีการที่จะสามารถดูแลกลุ่มคนเหล่านี้ให้อยู่ในสายตา ของชุมชนเองอีกด้วย
2.9 การป้องกัน และเฝ้าระวังไม่ให้ยาเสพติดหวนคืน
เยาวชนคือกลุ่มเป้าหมายสำคัญของกระบวนการค้ายาเสพติด ดังนั้นชุมชนจึงต้องมีกระบวนการที่ดีในการป้องกัน และเฝ้าระวัง ไม่ให้เยาวชนซึ่งเป็นลูกหลานไปเป็นลูกค้ารายใหม่ของผู้ขาย
- สนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมกลุ่มของเยาวชนเช่น กลุ่มดนตรีพื้นบ้าน,ดนตรีสากล,กลุ่มกีฬา,กลุ่มสนใจอาชีพต่างๆ
- เครือข่ายเยาวชนเพื่อเตือนเพื่อน โดยเยาวชนจะมีการรวมกลุ่มกันทั้งในระดับหมู่บ้าน และตำบลมีกรรมการ ประธาน เลขา เพื่อช่วยกันสอดส่องดูแลและช่วยเหลือกันในกลุ่ม
- คณะกรรมการปกส.ฝ่ายปราบปราม ผลัดเวรออกตรวจตรา เผ้าระวังตามแหล่งต่างๆในชุมชน
- โรงเรียนจัดค่ายพุทธธรรม,ค่ายทักษะชีวิต






ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
บทความด้านยาเสพติด เยาวชนกับยาเสพติด
รู้เท่าทันโทษ และพิษภัยของยาเสพติด
10 ประการห่างไกลยาเสพติด
เราจะช่วยกันแก้ปัญหาการใช้ยาบ้า ยาอี และยาเค ในสังคมไทยได้อย่างไร
ความหมายของยาเสพติด
บึงกาฬเปิดศูนย์ขวัญแผ่นดินเปลี่ยนผู้เสพคืนคนดีสู่สังคม
ภัยจากยาเสพติด
ความหมายของยาเสพติด
5 รั้ว ล้อมไทย พ้นภัยยาเสพติด
บทความด้านยาเสพติด เยาวชนกับยาเสพติด
จังหวัดขอนแก่นจัดงานมหกรรมรวมพลังประชารัฐขอนแก่นร่วมใจปลอดภัยยาเสพติด ปี 2559 เฉลิมพระเกียรติ 70 ปี ทรงครองราชย์
บึงกาฬเปิดศูนย์ขวัญแผ่นดินเปลี่ยนผู้เสพคืนคนดีสู่สังคม
5 รั้ว ล้อมไทย พ้นภัยยาเสพติด
สังคมไทยกับยาเสพติด
รู้เท่าทันโทษ และพิษภัยของยาเสพติด
จำนวนคนอ่าน 15686 คน จำนวนคนโหวต 0 คน

  จำนวนคนโหวต 0 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

ไม่พบข้อมูลการโหวต

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น 20/1 ถนนนิกรสำราญ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
หมายเลขโทรศัพท์ 043 227 402 แฟกซ์ 043 227 404
email : prd_region1@hotmail.com , nbt_ray@hotmail.com , janemoku@gmail.com