« กันยายน 2560 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
ดูปฏิทินทั้งหมด
FONTSIZE
ยาเสพติด
รู้เท่าทันโทษ และพิษภัยของยาเสพติด

วันที่ 13 ส.ค. 2556 (จำนวนคนอ่าน 33810 คน)
ฑัชมาวรรณ ดีประเสริฐ ศูนย์สารสนเทศ สปข.1

ความหมายของยาเสพติด

ยาเสพติดให้โทษ หรือสิ่งเสพติดหมายถึง ยาหรือสารเคมีหรือวัตถุชนิดใดๆ เมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือวิธีใดก็ตาม ทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจ ดังนี้
1. ต้องการยาเสพติดตลอดเวลา แสดงออกทางร่างกายและจิตใจ
2. ต้องเพิ่มขนาดของยาเสพติดมากขึ้น
3. มีอาการหยากหรือหิวยาเมื่อขาดยา (บางท่านจะมีอาการถอนยาเมื่อขาดยา)
4. สุขภาพทั่วไปทรุดโทรม
ถ้าพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรม 4 ประการ ให้พึงสังเกตว่าอาจจะเป็นคนที่ใช้ยาเสพติด
โทษของยาเสพติด


1. โทษต่อร่างกาย สิ่งเสพติดทำลายทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น ทำให้สมองถูกทำลาย ความจำเสื่อม ดวงตาพร่ามัว น้ำหนักลด ร่างกายซูบผอม ตาแห้ง เหม่อลอย ริมฝีปากเขียวคล้ำ เครียด เป็นต้น
2. โทษต่อผู้ใกล้ชิด ทำลายความหวังของพ่อแม่และทุกคนในครอบครัว ทำให้วงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย
3. โทษต่อสังคม เกิดปัญหาทางด้านอาชญากรรม สูญเสียแรงงาน สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการปราบปรามและการบำบัดรักษา
4. โทษต่อประเทศไทย ทำลายเศรษฐกิจของชาติ
วิธีการป้องกันอันตรายจากสารเสพติด


1. การป้องกันตนเอง ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกคบเพื่อนที่ไม่มั่วสมสิ่งเสพติด
2. การป้องกันในครอบครัว ต้องให้ความรักความเข้าใจ และอบรมสั่งสอนให้รู้ถึงโทษของสิ่งเสพติด
3. การป้องกันในสถานศึกษา ควรให้ความรู้ซึ่งสิ่งเสพติด จัดนิทรรศการและการรณรงค์ต่อต้านสิ่งเสพติด ไปศึกษาดูงาน ณ สถานบำบัดผู้ติดยาเสพติด
4. การป้องกันในชุมชน ควรจัดสถานที่ออกกำลังกาย และจัดกลุ่มแม่บ้านให้ความรู้เรื่องสิ่งเสพติด


ประเภทของสารเสพติด องค์การอนามัยโลก จึงได้มีการจำแนกสารเสพติดตามกลุ่มของสารเสพติดที่มีฤทธิ์และอนุพันธ์ที่คลายคลึงกัน ออกเป็น 9 ชนิด ได้แก่

3.1 ประเภทฝิ่น หรือมอร์ฟีน รวมทั้งยาที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน เช่น ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน เพทินดีน เป็นต้น
3.2 ประเภทบาร์บิทูเรตรวมทั้งยาที่มีฤทธิ์ในทำนองเดียวกัน เช่น เซโคบาร์บิทาล อะโมบาร์บิทาล พาราดีไฮด์ ไดอะซีแพม เมโปรบาเมต คลอไดอะซิป๊อกไซด์ เป็นต้น
3.3 ประเภทแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ วิสกี้ เป็นต้น
3.4 ประเภทแอมเฟตามีน เช่น แอมเฟตามีน เด็กซ์แอมเฟตามีน เป็นต้น
3.5 ประเภทโคเคน เช่น ใบโคคา เป็นต้น
3.6 ประเภทกัญชา เช่น ยอดช่อดอกกัญชาตัวเมีย เป็นต้น
3.7 ประเภทคัท เช่น ใบคัท ใบกระท่อม เป็นต้น
3.8 ประเภทหลอนประสาท เช่น แอลดี ดีเอ็มที ลำโพง สารระเหย เห็ดเมา
3.9 ประเภทอื่น ๆ ที่ไม่สามารถจัดเข้าประเภทใดได้ เช่น ทินเนอร์ เบนซิน นำยาล้างเล็บ ยาแก้ปวด บุหรี่ เป็นต้น (พริ้มเพรา ผลเจริญสุข.2545)

เนื่องจากไอซ์มีชื่อเรียกที่เป็นทางการคือ เมทแอมเฟตามีน ไฮโดรคลอไรด์ (crystalline methamphetamine hydrochloride) เป็นสารเสพติดสังเคราะห์ที่เป็นอนุพันธ์ของแอมเฟตามีน (Amphetamine) จึงจัดอยู่ในประเภททแอมเฟตามีนตามการ
 
จำแนกขององค์การอนามัยโลกสำหรับองค์การสหประชาชาติ
ได้จำแนกสารเสพติดเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1) ประเภทยาเสพติดให้โทษ
2) ประเภทวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และ
3) ประเภทยาควบคุม
 

ซึ่งการแบ่งในลักษณะนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการกำหนดมาตรการควบคุมการผลิตและการจำหน่ายเป็นสำคัญ เป็นการเอื้อต่อผู้ปฏิบัติให้ง่ายขึ้น รวมถึงเพื่อการใช้ประโยชน์ที่ยังคงมีความจำเป็นอยู่อีกมากสำหรับในทางการแพทย์ เพียงแต่ต้องนำใช้ไปในทางที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและต้องเพิ่มความระมัดระวังขึ้นเป็นพิเศษด้วย ซึ่งตามการแบ่งประเภทตามข้างต้นนี้ เมทแอมเฟตามีน ได้ถูกจัดไว้ในในประเภทที่ 2 (ประเภทวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท) แต่ทั้งนี้เมื่อถึงคราวที่ผู้ใช้ยาหรือสารเสพติดมีความตั้งใจที่จะตัดสินใจเลือกมักจะเลือกจากลักษณะการออกฤทธิ์ที่จะส่งผลต่อตัวเอง
 
หลังการเสพเข้าไปแล้ว ซึ่งการออกฤทธิ์ดังกล่าวนั้นจะแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม คือ

1) กลุ่มออกฤทธิ์กดประสาท (Depressants) ยาหรือสารเสพติดกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์กดประสาทสมอง ศูนย์ควบคุมการหายใจในสมอง และประสาทที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะบางอย่างของร่างกาย ยาพวกนี้ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน และเซโคบาร์บิทาล (Secobarbital) ซึ่งเรียกกันในหมู่ใช้ว่า "ปีศาจแดง" หรือ "เหล้าแห้ง" ไดอะซีแพม ทินเนอร์ กาว ฯลฯ
2) กลุ่มออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท (Stimulants) จะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทสมองส่วนกลางโดยตรง กระตุ้นการเต้นของหัวใจ และอารมณ์ด้วย เช่น แอมเฟตามีน เมทแอมเฟตามีน อีเฟดรีน โคเคน ฯลฯ
3) กลุ่มออกฤทธิ์หลอนประสาท (Hallucinogen) จะออกฤทธิ์ต่อประสาทสมอง ทำให้มีการรับรู้ความรู้สึก (Perception)ผิดไป เกิดอาการประสาทหลอน หรือแปลสิ่งเร้าผิด (illusion) ได้แก่ แอลเอสดี (Lysergicacid dietyhlamide) แกสโซลีน (Gasoline)เปลือกกล้วย ยางมะละกอ และ แฟนไซคลิดีน (Phencylidine) ดีเอ็มที เห็ดขี้ควาย ฯลฯ
4) กลุ่มออกฤทธิ์ที่ออกฤทธิ์ผสมผสาน คือเมื่อเสพเข้าไปแล้วจะออกฤทธิ์ทั้งกดประสาท กระตุ้นประสาท และหลอนประสาท ได้แก่ กัญชา ใบกระท่อม เมื่อใช้น้อยๆ จะกระตุ้นประสาท หากใช้มากขึ้นจะกดประสาท และถ้าใช้มากขึ้นอีกก็จะเกิดประสาทหลอนได้ เป็นต้น
ดังนั้น เมทแอมเฟตามีน จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 กลุ่มออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ตามการออกฤทธิ์ที่ไปกระตุ้นประสาทส่วนกลาง





ข่าว/บทความยอดนิยม ข่าว/บทความที่คะแนนโหวตสูงสุด ข่าว/บทความล่าสุด
บทความด้านยาเสพติด เยาวชนกับยาเสพติด
รู้เท่าทันโทษ และพิษภัยของยาเสพติด
10 ประการห่างไกลยาเสพติด
เราจะช่วยกันแก้ปัญหาการใช้ยาบ้า ยาอี และยาเค ในสังคมไทยได้อย่างไร
ความหมายของยาเสพติด
ภัยจากยาเสพติด
บึงกาฬเปิดศูนย์ขวัญแผ่นดินเปลี่ยนผู้เสพคืนคนดีสู่สังคม
ความหมายของยาเสพติด
5 รั้ว ล้อมไทย พ้นภัยยาเสพติด
บทความด้านยาเสพติด เยาวชนกับยาเสพติด
จังหวัดขอนแก่นจัดงานมหกรรมรวมพลังประชารัฐขอนแก่นร่วมใจปลอดภัยยาเสพติด ปี 2559 เฉลิมพระเกียรติ 70 ปี ทรงครองราชย์
บึงกาฬเปิดศูนย์ขวัญแผ่นดินเปลี่ยนผู้เสพคืนคนดีสู่สังคม
5 รั้ว ล้อมไทย พ้นภัยยาเสพติด
สังคมไทยกับยาเสพติด
รู้เท่าทันโทษ และพิษภัยของยาเสพติด
จำนวนคนอ่าน 33811 คน จำนวนคนโหวต 41 คน

  จำนวนคนโหวต 41 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
 
22%
  ให้ 2 คะแนน
 
2%
  ให้ 3 คะแนน
 
15%
  ให้ 4 คะแนน
 
10%
  ให้ 5 คะแนน
 
51%

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น 20/1 ถนนนิกรสำราญ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
หมายเลขโทรศัพท์ 043 227 402 แฟกซ์ 043 227 404
email : prd_region1@hotmail.com , nbt_ray@hotmail.com , janemoku@gmail.com